ถูกกาลเวลาเร่งให้เติบโตเกินวัย “ร่อนเร่ในยุทธจักรไม่ง่ายเลย ยิ่งอายุน้อยก็ยิ่งยาก ข้าก็แค่ไม่อยากถูกใครรังแกเท่านั้น”
“เช่นนี้เอง”
ในแผ่นดินต้าเยี่ยน การฝึกวรยุทธ์ตั้งแต่วัยเยาว์ถือเป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะดินแดนตอนเหนือ จึงมิใช่สิ่งน่าแปลกใจนัก
ยิ่งเดินตามเด็กชายผ่านตรอกลึกเข้าไป ก็พลันมีเสียงแมวสามสีจามขึ้นมา ซ่งโหยวเองก็สูดจมูก กลิ่นหอมรางๆ ของเครื่องเทศลอยมากับลม จึงมั่นใจแล้วว่า เด็กชายไม่ได้หลอกลวงตน
ไม่นานก็มาถึงโรงพักรถม้าริมประตูฝั่งเหนือ แม้ไม่หรูหราเท่าโรงเตี๊ยม แต่เหมาะแก่การพักแรมและเก็บสัมภาระมากกว่า
“ข้าจะไปถามดู”
เด็กชายเหลือบตามองซ่งโหยว ก่อนเดินตรงไปสอบถามเถ้าแก่เกี่ยวกับพ่อค้าเครื่องหอม ไม่นานก็ได้คำตอบ
บางทีเพราะตลอดทางนักพรตหนุ่มวางตัวสำรวม เอ่ยวาจาใดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทำให้เด็กชายรู้สึกมีไมตรี หรือเพราะภาพของนักพรตพเนจรผู้โดดเดี่ยวชวนให้เขานึกถึงเรื่องเล่าของ ‘เซียนสูงศักดิ์ผู้ช่วยกองทัพปราบปีศาจ ณ ชายแดนเหยียนโจว’ ที่เพิ่งฟังมาจากโรงน้ำชาเมื่อบ่ายนี้ก็เป็นได้ ไม่แน่ว่าอาจเป็นเพียงสัญชาตญาณแห่งความเคารพของผู้คนต่อนักพรตก็เป็นได้
อันที่จริงควรจบแค่พามาส่งถึงที่ แต่เด็กชายกลับยังยืนรอช่วยพูดคุยกับพ่อค้าสำเนียงต่างถิ่นอย่างจริงใจ ดั่งคำกล่าวว่าจะส่งพระพุทธรูปก็ต้องส่งไปให้ถึงแดนตะวันตก
พ่อค้ายิ้มกว้าง รีบเชิญซ่งโหยวเข้ามาเลือกเครื่องหอม เด็กชายไม่กล้าตามเข้าไป ไ