ภายในโรงน้ำชาข้างโรงเตี๊ยม
เพราะใกล้ถึงเทศกาลปีใหม่ ช่วงนี้จึงเก็บเกี่ยวแทบไม่ได้ ผู้คนจึงว่างเว้นจากงานหนัก อีกทั้งยังเป็นเพียงช่วงเวลาเดียวที่เต็มใจควักเงินออกมาใช้ในรอบปี โรงน้ำชาจึงแน่นขนัดไปด้วยผู้คน ค้าขายคึกคัก
บ้างนั่งสนทนาหัวร่อเฮฮา บ้างตั้งใจฟังคนเล่าเรื่อง บ้างก็เป็นคนจากบ่อนพนันที่เกิดเบื่อจึงย้ายมาเล่นเบี้ยเสี่ยงทายที่นี่
เมื่อซ่งโหยวพาแมวสามสีมาถึง ก็เหลือโต๊ะสุดท้ายพอดี จึงนั่งลงสั่งชาธรรมดาหนึ่งกา ค่อยๆ จิบระหว่างฟังเรื่องเล่า ส่วนเจ้านกนางแอ่นนั้นเกาะอยู่บนขื่อ ไม่กล้าบินลงมาเพราะมีคนเยอะ
“เรื่องราวต่อจากคราวก่อน”
“กองทัพชาวแดนเหนืออัญเชิญบรรดาเทพเซียนลงมาจากสวรรค์ ปลุกพลังเรียกสายน้ำมหาศาลให้ซัดสาด อนิจจัง สายน้ำเชี่ยวกรากประหนึ่งคลื่นสมุทร กระหน่ำท่วมทุ่งหญ้ากว้างใหญ่! ก่อนหน้าก็เคยเล่าไปแล้วว่า เซียนผู้นั้นมีวัวเขียวคู่กายคอยแปลงกายเป็นมังกรพ่นไฟบ้าง พ่นน้ำบ้าง เหินหาวล่องทะเลย่อมไม่ใช่เรื่องยาก ทว่าหลังกำแพงเมืองหย่วนจื้อยังมีพลทหารนับแสนตั้งกองกำลังอยู่ เหล่าทหารพร้อมอาวุธครบมือล้วนเกรงกลัวน้ำท่วมครั้งนี้!”
ซ่งโหยวได้ยินดังนั้น ก็ก้มหน้าลงโดยมิได้เอ่ยคำใด
แมวสามสีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวข้างๆ เงยหน้ามองเขาด้วยแววตาแฝงความฉงน
เขาเพียงยื่นถ้วยเคลือบลายคราม ซึ่งมีน้ำชาเพียงครึ่งถ้วยให้แมวน้อยชิม
แมวสามสีขมวดคิ้วเล็กน้อย มองเขาอย่างไม่เข้าใจ
ทว่าในเมื่อส่งมาแล้วก็จ