“เรื่องพิสดาร…”
ซ่งโหยวยืนนิ่งอยู่กับที่ ขมวดคิ้วพึมพำกับตนเอง
ก่อนจะละสาย ขยับไม้เท้าออกเดินต่อไป
เบื้องหน้าคือแนวเทือกเขาทอดตัวยาว ท้องฟ้ากว้างไกลดูเหมือนครึ่งทรงกลมสีน้ำเงินเข้ม กว้างใหญ่จนไร้รอยแยก ยอดเขาหิมะโค้งตัวอ่อนโยนดุจเส้นพู่กัน ไม่เห็นแม้เงามนุษย์
บนผืนหิมะมีรอยเท้าเรียงรายทอดยาวสู่ทิศใต้ อีกทางหนึ่งคือรอยเท้าเดินเลียบสันเขาออกไปทางตะวันออก
แม้ซ่งโหยวไม่เข้าใจว่าภูตตนนั้นคิดจะบอกใบ้อะไร หรือมีเจตนาใดแอบแฝง ต้องการให้เขาพำนักที่เย่ว์โจวหรือแดนเหนือเนิ่นนานเพียงไร แต่เขามักทำตามคำโน้มน้าว ไหนๆ ก็เป็นนักพรตพเนจรอยู่แล้ว เห็นว่าการใช้เวลาเพิ่มไปกับการเดินให้ทั่วเย่ว์โจวก็มิใช่เรื่องเสียหาย เดิมทีตั้งใจจะข้ามป่าต้นชิงถงไปเขาเทียนจู้ แล้วจึงลงไปพำนักในจ้าวโจว ทว่าบัดนี้กลับคิดวกอ้อมเสียอีกหนึ่งรอบ
เย่ว์โจวแทบจะร้างผู้คน การเดินทางจึงยากลำบากนัก ตลอดทางยังพบบ่อยครั้งว่ามีกระดูกขาวกระจัดกระจาย เป็นศพที่ถูกทิ้งไว้กลางทุ่งนับสิบปี ควรกลบฝังให้ดี จะได้ไปสู่สุคติ ซ่งโหยวจึงจำต้องหยุดช่วยเหลืออยู่พักๆ
บางครา ก็เจอซากปีศาจที่รอดพ้นจากการกวาดล้างของสวรรค์ ล้วนเป็นปีศาจชั่วร้าย บางตนสกปรกส่งกลิ่นเหม็นคาว บางตนยังบงการดวงวิญญาณอาฆาต ที่ดูเพียงผิวเผินก็รู้ว่ามิใช่สิ่งดี ซ่งโหยวจึงสะบัดมือกำจัดให้สิ้น
เขายังพบร่องรอยพิกลที่ซ่อนลึกนัก ยากจะสังเกต ต้องเพ่งพินิจจากพลังสรรพสิ่งจึงรู้ว่าเคยมีผ