ู้ยิ่งใหญ่มาพำนัก แต่ก็เพียงเท่านั้น มิได้พบจอมมารหรือผู้บำเพ็ญใดๆ ทั้งสิ้น คล้ายกับในป่าต้นชิงถงไม่มีผิด ไม่รู้ว่าผู้ใดล่วงรู้การมาของเขาแล้วไปซ่อนตัว หรือสิ้นชีพไปนานแล้ว ไม่อาจค้นหาได้ง่ายๆ หากจะเสาะให้ถึงที่สุดก็เปลืองเวลา ทั้งยังเสียมารยาทนัก
จอมมารที่เคยก่อเภทภัยในเย่ว์โจว ก็มีเพียงจอมมารวัวขาวเพียงตนเดียว นับเป็นหนึ่งในจอมมารชั่วช้า ซึ่งกำเนิดขึ้นท่ามกลางศึกแดนเหนือเมื่อหลายปีก่อน ทว่าก็ถูกสวรรค์กวาดล้างไปนานแล้ว เย่ว์โจวเป็นถิ่นที่สั่งสมพลังวิญญาณและวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน การมีมารปีศาจดำรงอยู่ก็มิใช่เรื่องแปลกใหม่ หากแต่เมื่อไม่ได้ยินข่าวอันตรายเล็ดลอดออกมา ซ่งโหยวก็จะเสาะหาพอเป็นพิธีแล้วก็ถือว่าเพียงพอ หากจะรื้อค้นถึงขั้นรุกล้ำก็ไม่สมควร
สุดท้ายเขาก็แค่จดจำไว้แล้วก้าวเดินต่อไป
กินเวลาร่วมหนึ่งเดือนเต็ม
ซ่งโหยวยืนอยู่หน้าประตูเมือง แหงนมองชื่อ ‘มั่วจู๋ ‘ที่สลักบนป้ายเหนือกำแพง แล้วจึงเข้าไปแสดงผ่านทางต่อทหารยาม ก่อนจะเดินเข้าสู่ตัวอำเภอ
เมืองมั่วจู๋ตั้งอยู่สุดตะวันตกเฉียงใต้ของจ้าวโจว ติดกับฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเย่ว์โจว และเหนือสุดของหานโจว ทว่ามีแนวเขาและด่านใหญ่ขวางไว้ ทำให้เมื่อสิบปีก่อน เย่ว์โจวถูกพวกชาวแดนเหนือรุกรานจนย่อยยับ แต่จ้าวโจวกลับไม่ได้รับความเสียหายมากนัก
ยามนี้เดินอยู่ในเมือง แม้ถนนแคบๆ มีบ้านเรือนทรงเตี้ยทั้งสองข้างทางจะเก่าแก่เพยงใด แต่ใกล้จึงช่วงปีใหม่แ