ต่งจื้อลอบจรดริมฝีปากกับขอบชาม กินโจ๊กข้นคลั่กอย่างเอร็ดอร่อย
รสชาติของเสบียงยามศึกสงครามอย่างโจ๊กธัญพืชอบกรอบ แท้จริงแล้วก็ไม่เลิศรสอะไรนัก จะว่าไปก็สู้โจ๊กชนิดอื่นๆ ไม่ได้เลยสักนิด แต่สำหรับต่งจื้อผู้ซึ่งห่างหายจากอาหารร้อนๆ มานาน คราวนี้พอได้ลิ้มรสโจ๊กใส่เนื้อกระต่ายฉีก ผักป่าแถบนี้ แถมยังมีเกลือปรุงรสอีกด้วย ความรู้สึกตื้นตันกลับแล่นวาบขึ้นมาในอก
ถึงกับรู้สึกว่า มันมีรสเลิศราวกับสำรับอาหารชั้นสูง
จนแอบหวั่นใจอีกครั้งว่านี่ก็เป็นเพียงภาพลวงตา
“คุณชาย…คุณชายบอกว่าท่านมาจากแคว้นอี้โจว เหตุใดจึงมาถึงที่นี่ได้เล่า” ต่งจื้อเหลือบมองซ่งโหยว
“ข้าลงเขามาพเนจร เดิมก็เดินทางไปทั่ว มิได้ปักหลักตายตัว ส่วนเหตุที่มาถึงที่นี่…” ซ่งโหยวยิ้มบาง “ก็เพราะเหตุผลกับท่าน เพื่อมาแสวงหานกศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นเย่ว์โจวนั่นเอง”
“แล้วคุณชายจะออกเดินทางเมื่อใด”
“พักเพียงหนึ่งคืน พรุ่งนี้เช้าก็ไปต่อแล้ว” ซ่งโหยวเอ่ยกับเขา “แท้จริงจากตรงนี้จนพ้นป่าต้นชิงถง ก็ไม่ไกลเป็นหลายสิบลี้ พรุ่งนี้สายๆ ก็ออกจากป่าได้แล้ว”
“หลายสิบลี้…” ต่งจื้อพลันเหม่อไปชั่วขณะ
หลายสิบลี้ฟังดูไม่ไกลนัก ทว่าเพียงเท่านี้กลับกักขังตนไว้ได้จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
ซ่งโหยวจึงกล่าวต่อ “ท่านเดินทางมาทางกวงโจว ขากลับก็ย่อมกลับเส้นทางเดิม ส่วนพวกข้าจะมุ่งไปทางตะวันออก สู่จ้าวโจว ฤดูใบไม้ผลิปีหน้าถึงจะเดินทางจากเจาโจวไปหันโจวได้ พรุ่งนี้พวกข้าจะพาท