อค้าเองก็พอใจเช่นกัน
“ขอบคุณเจ้ามาก” ซ่งโหยวประสานมือคารวะเด็กชาย พร้อมหยิบเงินสิบกว่าเหวินออกมาจากอกเสื้อ “หากไม่ใช่เพราะข้ามีเงินติดตัวมาเท่านี้ ข้าคงจ่ายมากกว่านี้ นี่คือเงินค่านำทางของเจ้า ส่วนที่เกินก็นับเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยข้าต่อราคา ถือว่าเป็นส่วนแบ่ง”
เด็กชายเงยหน้ามอง แล้วยื่นมือไปรับ แต่ก็หยิบไปแค่ห้าเหวินเท่านั้น จากนั้นจึงเอ่ยเสียงเรียบ
“ข้ารับเฉพาะค่านำทาง นั่นคือหน้าที่ของข้า ส่วนที่เหลือก็แค่เรื่องบังเอิญ”
“ขอบใจเจ้าอีกครั้ง” ซ่งโหยวยิ้มแล้วเก็บมือกลับไป “แต่บุญคุณไม่อาจค้างคา ต้องตอบแทนความมีน้ำใจของเจ้า กฎเกณฑ์ยุทธภพล้วนเป็นเช่นนี้ คราวหน้าพบกัน จะตอบแทนเจ้าแน่นอน”
“ท่านก็แค่ผู้มาเยือน อำเภอมั๋วจู๋นั้นเล็กมาก กว่าจะได้พบกันอีกก็ไม่ง่ายนักหรอก” เด็กชายตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ ต่อให้ใบหน้าจะคล้ำแดดหรือสวมเสื้อผ้าเก่าเพียงใด แต่รูปลักษณ์ยังคงสง่างาม ไม่ใช่เด็กน้อยอ่อนต่อโลก ซ้ำยังเอ่ยวาจาหนักแน่น “พบกันอีกเมื่อใดค่อยว่ากัน”
“ก็ได้” ซ่งโหยวตอบด้วยความสงบ
เด็กชายหันหลังเดินจากไป ซ่งโหยวก็เดินกลับโรงเตี๊ยม
อำเภอมั๋วจู๋เล็กจนแทบไม่มีทางเดินหลง เขาแวะซื้อกระถางดอกไม้ ระหว่างทางก็โกยดินดีจากป่ามาด้วย
เมื่อกลับถึงโรงเตี๊ยม ซ่งโหยววางเครื่องเทศแต่ละชนิดบนโต๊ะ แม่นางสามสีก็กระโดดขึ้นบนโต๊ะ เข้ามาดมกลิ่นจนจามอีกครั้ง
“อย่าเข้าใกล้มากสิ…”
ซ่งโหยวเอื้อมมือมาขวาง นางสูดจมูกแล้วหยุ