ดดม ก่อนจะหันมามองนักพรต สุดท้ายจึงปริปากถาม “ทำไมนักเล่าเรื่องเมื่อกลางวันถึงโกหกเล่า”
“ไม่ใช่คำโกหกหรอก” ซ่งโหยวเอื้อมมือไปเกาคางเจ้าแมว “ที่นี่ไกลจากเหยียนโจวและเย่ว์โจวมาก จากกวงโจวหรือหานโจวยิ่งไกลกว่า นักเล่าเรื่องผู้นั้นไม่ได้เห็นเหตุการณ์กับตา เพียงได้ยินมาจากข่าวลือยุทธภพ บางทีฟังมาไม่หมด จึงเติมแต่งเพิ่ม ข่าวลือยุทธภพล้วนเป็นเช่นนี้ ยิ่งเล่าก็ยิ่งเพี้ยน”
“ทำไมต้องเพี้ยนเป็นแบบนั้น”
“เพราะคนฟังชอบแบบนั้นมากกว่า”
“ทำไมแม่นางสามสีต้องกลายเป็นลูกเสือ”
“แมวก็คือเสือตัวเล็ก”
“นั่นสิ…” แม่นางสามสีทำหน้าตาครุ่นคิด ก่อนจะพูดต่อ “แต่ข้าแปลงร่างเป็นลมแล้วหนีไปทั้งอย่างนั้นไม่ได้นะ…”
“นั่นคืออิทธิฤทธิ์ของปีศาจ จะสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับสติปัญญาและโชคชะตา มิอาจฝืนได้”
“แล้วข้าก็ขยายร่างไม่ได้ด้วย…”
“พองตัว”
“พองตัว!”
“วิชาอาคมเช่นนี้ไม่ซับซ้อน” ซ่งโหยวกล่าว “จะสิ่งของเล็กหรือใหญ่ล้วนหดยืดขยายได้ ผลลัพธ์ก็ใกล้เคียงกัน”
“นักพรตทำได้หรือ”
แม่นางสามสีจ้องตาเขม็ง
“ข้าทำไม่ได้หรอก” ซ่งโหยวตอบทั้งรอยยิ้ม “แต่ข้าเห็นว่าในอารามมีตำราวิชาอาคมทำนองนั้นนะ ถ้าแม่นางสามสีอยากฝึก ก็แค่รออีกสิบกว่าปี กลับไปที่อารามเมื่อไรก็ยืมตำรามาอ่านและฝึกได้ มีเวลาเหลือเฟิอ”
“อืม!”
แม่นางสามสียังคงจ้องหน้าเขา “แล้วเจ้าอารามจะให้ข้ายืมหรือ”
“เจ้าอารามน่ะหรือ…” ซ่งโหยวเว้นไปเล็กน้อยพลันคลี่ยิ้มบางๆ “ข้าก็ไม่รู้ ต้องดูว