ด้เป็นแน่ แต่บัดนี้ได้เพียงใช้ของดีเปลืองเปล่า ใช้สิ่งยิ่งใหญ่ไปกับสวรรค์เจ็ดยอแสงเท่านั้น’
ลวี่หยางประสานใจกับสวรรค์เจ็ดยอแสง พร้อมกับจิตที่ครุ่นคิดถึง “ไม้ทับทิม”
ในวินาทีนั้นเอง เขาสะดุ้งวูบ รู้สึกดั่งมีม่านหมอกเบื้องหน้าแหวกออก แล้วพลันรู้สึกราวกับได้สัมผัสถึงสิ่งมหึมาเกินหยั่งถึงบางอย่าง…
นั่นคือหนึ่ง “ตาข่าย”!
ตาข่ายผืนหนึ่งซึ่งปกคลุมฟ้าดิน มืดคล้อยทึบแสง แผ่คลุมข้อมูลทุกสรรพสิ่งแห่งสวรรค์เจ็ดยอแสง ไม่ว่าจะเป็นบุปผานกปลา…วิถีรถราผู้คน…สุริยันจันทรา ภูผาแม่น้ำ หรือเหล่าปวงสัตว์ทั้งหลายในแดนดารา ล้วนถูกร้อยรัดไว้ในตาข่ายผืนนั้นทั้งสิ้น
‘ขนาดร่างอันมโหฬาร!’
แม้สวรรค์เจ็ดยอแสงจะยังมิได้ก่อตัวเป็นตำแหน่งมรรคผลโดยสมบูรณ์ แต่ในสายตาของผู้บ่มเพาะ ยังคงถือเป็นร่างยักษ์อันยิ่งใหญ่…ถึงขั้นที่ ทะเลแห่งจิตสำนึก ของลวี่หยางไม่อาจรับบรรจุไว้ได้เลย!
กระนั้น ลวี่หยางหาได้ถอยหนีไม่…ตรงกันข้ามกลับขบเขี้ยวแน่น
‘ถอยมิได้!’
หนทางแห่งการหลอมรวมโลกานั้น เดิมทีก็เป็นทางที่ขวากหนามลำบากยิ่ง…นี่เพียงก้าวแรก หากยังก้าวไม่พ้น เขายังจะเอ่ยคำว่า “หลอมรวมสวรรค์เจ็ดยอแสง” ได้หรือไม่?
‘เรียกค่ายกล!’
ลวี่หยางขบกรามแน่น ยกนิ้วร่ายอาคมเพียงหนึ่ง ปรากฏว่า 【ค่ายกลเจ็ดยอแสงตรึงโลกาคงสัจ】 ที่คลุมอยู่ภายนอกสวรรค์เจ็ดยอแสง…พลันรับคำสั่ง…ส่งเสียงโคจรทำงานอย่างกึกก้อง ออกมาในบัดดล!
เมื่อค่ายกลเริ่มหมุนวน ข้อมูลอันมหาศาล