่อมรู้ได้เอง”
“แถมยังฝันด้วย”
“ก็ถูกอีก”
“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไร”
“ข้าเก่งมาก”
“…”
แมวน้อยโผล่หัวออกมามองเขาด้วยความสงสัย ดวงตากลมใสแจ๋ว ใบหน้าละมุนละไมจับจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หดหัวกลับเข้าไปด้วยความเชื่อครึ่งไม่เชื่อ
โลกพลันกลับมาสงบอีกครั้ง
ฤดูหนาวทางเหนือช่างหนาวเหน็บนัก
แม้ซ่งโหยวจะปูผ้าขนสัตว์ไว้รองนั่งและคลุมร่างด้วยผ้าอีกชั้น ก็ยังไม่อาจคลายความหนาวได้ หากข้างกายมีน้ำ คงกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว
มีเพียงสองสิ่งที่อบอุ่นที่สุด หนึ่งคือกองไฟที่ลุกโชนอยู่ไม่ไกล สองคือแมวสามสีที่นอนขดตัวแนบขาของเขา อุณหภูมิร่างกายของแมวย่อมสูงกว่าคน ความหนาวเริ่มแล่นจากปลายเท้า ซ่งโหยวจึงได้รับทั้งความอบอุ่นจากร่างของนาง และสัมผัสถึงจังหวะลมหายใจขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ใจสงบลงได้
เคล้าเสียงสะเก็ดไฟชวนเคลิบเคลิ้ม
นกนางแอ่นที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ไม่ไกลหดคอลง หลับตาครึ่งหนึ่ง แต่ยังคงจับตามองท้องฟ้าไกลโพ้น
ไม่รู้ว่าซ่งโหยวหลับตาลงอีกครั้งตั้งแต่เมื่อใด
คล้ายได้เข้าสู่ห้วงฝันท่ามกลางความเลือนรางอีกหลายครา
แต่ครั้งนี้ความฝันกลับสั้นและซับซ้อนยิ่งนัก
สายตาเหลือบไปเห็นนกปาเกอคาบจดหมาย บินผ่านท้องฟ้ารัตติกาล เดินทางหลายพันลี้ในพริบตาเดียว แล้วภาพก็แปรเปลี่ยน เห็นศึกใหญ่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เหล่าม้าศึกแห่งแดนเหนือเหยียบย่ำเย่ว์โจว ทั้งเผา ฆ่าฟัน ปล้นชิง เต็มไปด้วยเถ้ากระดูกท่ามกลางสายฝนและทุ่งหญ้าสี