ี่ยตงรู้สึกคอแห้งผากทันที
ความร้อนวูบวาบแล่นจากท้องน้อยขึ้นมา
เขารีบเบือนหน้าหนี
อามิตตาพุทธ ไม่มองๆ
“ขอบคุณ… ขอบคุณค่ะ… แค่กๆ…” เธอพูด เสียงยังสั่นเครือ ปนเสียงสะอื้น
“มะ… ไม่เป็นไร” เซี่ยตงฝืนมองตาเธอ
“เป็นไงบ้าง? ลุกไหวไหม?”
“ฉ… ฉันนึกว่าจะตายซะแล้ว… ฉันว่ายน้ำไม่เป็น…”
“ตกลงไปได้ไงครับเนี่ย?”
“ฉันเป็นนักข่าวฝึกงานของ… สถานีโทรทัศน์เจ้อเจียง” เธอสูดจมูก “อีกสองวันจะมีงานแสดงพลุที่ซีหู ฉันเลยมาดูสถานที่ล่วงหน้า จะหาจุดตั้งกล้องดีๆ… แต่ขาพลิก…”
เธอพูดไป ลมเย็นยามพลบค่ำพัดมา เธอก็ตัวสั่นงันงก
เซี่ยตงนึกถึงเป้ของตัวเองขึ้นมาได้
เขาเดินไปหยิบเป้
โชคดีที่แถวนี้คนน้อย ไม่มีใครฉกของเขาไป
เขาโล่งอก ถ้าสูตรโกง (มือถือ) โดนขโมยไป คงขำไม่ออก
เขารูดซิปเป้ ค้นเอาเสื้อยืดสะอาดตัวหนึ่งออกมา
“คุณ… เปลี่ยนใส่นี่ก่อนเถอะ” เขายื่นเสื้อยืดให้ “ใส่เสื้อเปียกแบบนั้นดูไม่ค่อยดี แล้วเดี๋ยวจะเป็นหวัดด้วย”
“คะ?” เธอชะงัก
“ขอบคุณค่ะ…” เธอรับไป แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ
เธอมองซ้ายมองขวา แล้วชวนเซี่ยตงไปหลบมุมกำแพงที่ไม่มีคน
ฟ้ามืดแล้ว แต่บนทางเดินเล็กๆ ก็ยังมีคนเดินผ่านไปมาบ้าง
“ผม… ผมหันหลังให้” เซี่ยตงรู้งาน หันหลังกลับ
“ขอบคุณค่ะ”
ข้างหลังมีเสียงถอดเสื้อผ้าดังสวบสาบ
เสียงผ้าเสียดสีกับผิวหนัง
ในหัวเซี่ยตง อดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงลูกไม้สีดำเมื่อกี้
และผิวขาวผ่องนั่น
เขารีบสะบัดหัวไล่ความคิด
“เซี่ยตง แกคิดบ้าอะ