กวัน พวกนักศึกษาโดนหลอกไปทำขายตรงเยอะแยะ!”
นี่คือปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณของคนเป็นแม่
“น่าจะไม่ใช่นะ” เซี่ยเจี้ยนกั๋วครุ่นคิด เขาพอจะรู้เรื่องธุรกิจมากกว่าภรรยา “พ่อเคยได้ยินว่าเถาเป่าอยู่ที่หางโจว ถ้าได้รับเชิญจากทางการ แสดงว่าร้านเราทำผลงานได้เข้าตาจริงๆ”
น้ำเสียงของเขาแฝงความภาคภูมิใจที่ปิดไม่มิด
“แต่นั่นก็ให้ลูกไปคนเดียวไม่ได้นะ!” ความกังวลของโจวอวิ๋นฟางไม่ลดลงเลย “หางโจวไกลขนาดนั้น ไม่คุ้นที่ทาง ให้ลูกไปคนเดียวพ่อแม่จะวางใจได้ยังไง? ถ้าจะไป พ่อต้องไปด้วย”
“พ่อไปด้วย?” เซี่ยเจี้ยนกั๋วชะงัก มองนาฬิกาแขวนผนัง แล้วส่ายหน้า “โรงงานตอนนี้ขาดคนไม่ได้เลย พรุ่งนี้ต้องส่งของอีกสองพันกว่ากล่อง วัตถุดิบพ่อก็ต้องไปคุยเอง จะปลีกตัวไปได้ยังไง?”
เห็นท่าว่าบรรยากาศจะตึงเครียด เซี่ยตงรู้ว่าต้องดึงเกมกลับมา
“แม่ครับ ผมอายุสิบแปดแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้วนะ”
เสียงเขาไม่ดัง แต่ชัดเจน แฝงความความเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่อาจปฏิเสธได้
“เดือนหน้าผมก็จะไปเรียนมหาลัยที่ปักกิ่งแล้ว ไกลกว่าหางโจวอีก แม่จะตามไปเฝ้าผมด้วยหรือไง?”
โจวอวิ๋นฟางสะอึก อ้าปากจะเถียงแต่ก็พูดไม่ออก
เซี่ยตงหันไปทางพ่อ
“พ่อ ผมรู้ว่าพ่อคิดอะไรอยู่ พ่อคิดว่าตอนนี้ธุรกิจเรากำลังไปได้สวย ก้มหน้าก้มตาโกยเงินเงียบๆ ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปประชุมอะไรพวกนี้ให้เสียเวลา ใช่ไหมครับ?”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วไม่ตอบ แต่สายตาของเขายอมรับกลายๆ
นั่นคือความคิดของเขาจริงๆ
ในฐา