เหวระหว่างวางรากฐานกับโอสถทองคำในพริบตา กระถางตะเกียงใบหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของเขา เปลวไฟภายในตะเกียงพราวระยับ คล้ายอ่อนจาง ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยภาพลักษณ์แห่งการฉีกทลายม่านหมอกหม่น
เขาชูมันขึ้นสูง และในชั่วพริบตา…เพลิงก็กระพือขึ้นรุนแรง!
“โครม!”
ชั่วขณะเดียว เปลวไฟก็ปกคลุมทั่วท้องนภา ทว่าเส้นทางที่มันพัดผ่านกลับกลายเป็นความมืดมิดอันไร้สิ้นสุด ตาข่ายที่มหาวิถีสวรรค์แคว้นของราชสำนักเซียนแปรเปลี่ยนขึ้นนั้น จึงถูกกลืนหายไปในความมืดทั้งหมด
“โอ้? นี่คือ…”
เบื้องล่าง ลวี่หยางที่มองเห็นถึงกับสายตาสว่างขึ้นเล็กน้อย
เพราะเขาพบว่า…วิธีที่หงเทียนใช้จำแลงตะเกียงดับแสงนั้น กลับแตกต่างจากตนอย่างยิ่งใหญ่
‘ตะเกียงใบนั้น…คล้ายเป็นถ้ำสวรรค์!’
‘ข้าพึ่งพาตำหนักเหยียนโม่ส่วนเขาอาศัยถ้ำสวรรค์ที่เคี่ยวกรำไว้ตั้งแต่เมื่อครั้นยังเป็นเจินจวิน’
ผลของการจำแลงของฝ่ายหลังก็ย่อมดีกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
ยิ่งเมื่อรวมกับความจริงที่ว่าหงเทียนเคยเป็นเจินจวินแห่งตะเกียงดับแสงมาก่อน การจำแลงในครั้งนี้ก็เผยภาพลักษณ์แห่งความอัศจรรย์ออกมาอย่างแจ่มชัด จนแม้แต่ลวี่หยางเองก็ยังไม่เคยพบพานมาก่อน
ตะเกียงดับแสง ส่องตะวันจันทรา ทว่าไม่ส่องพิภพ กระจ่างฟ้าดินยามยังไม่กระจ่าง
ด้วยเหตุนั้น เปลวไฟของมันจึงไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ของแสงสว่าง หากยังบรรจุไว้ด้วยความมืดอันลึกล้ำที่สุด สามารถฉีกทลายม่านหมอกได้ และในขณะเดียวกัน…ก็ใช้ความหม่นมัวนั้นเป