วยกล้วยทอด นี่แค่เริ่มต้น? งั้น… งั้นต่อไป เราไม่ต้อง…”
คำว่า “เศรษฐีเงินล้าน” เหมือนก้อนน้ำตาลก้อนใหญ่จุกอยู่ที่คอ หวานจนเลี่ยน แต่พูดไม่ออก ในปี 2008 สำหรับเด็กเพิ่งจบ ม.ปลาย คำคำนี้มันหนักอึ้งเกินจินตนาการ
เซี่ยตงมองท่าทางไม่ได้เรื่องของเพื่อน ส่ายหัวแล้วลุกขึ้นยืน
“ฉันเพิ่งเช็กยอดเงินรวม บวกกับของเก่า มีอยู่หมื่นเจ็ดกว่าๆ”
“อื้อๆๆ!”
หวังเผิงเฟยพยักหน้ารัวๆ แววตาเต็มไปด้วยความศรัทธา
เซี่ยตงมองหน้าหวังเผิงเฟย แล้วพูดประโยคที่ทำให้หัวใจเพื่อนหยุดเต้น
“เอาตัวเลขมงคล ฉันจะถอนออกมาหมื่นหก ตามที่ตกลงกันไว้คนละครึ่ง นายเอาไปแปดพัน”
รอยยิ้มบนหน้าหวังเผิงเฟยแข็งค้าง
เขามองเซี่ยตง ความดีใจเมื่อครู่หายวับไปเหมือนน้ำลด แทนที่ด้วยความจริงจังและเคร่งขรึมที่หาดูได้ยาก
“ตงจี้ ไม่ได้ว่ะ”
เซี่ยตงเลิกคิ้ว
“อะไรไม่ได้?”
“เงินนี้ ฉันรับแบบนั้นไม่ได้”
น้ำเสียงหวังเผิงเฟยหนักแน่น ผิดกับบุคลิกกะล่อนตามปกติลิบลับ
“ตกลงกันแล้วว่าคนละครึ่ง จะเบี้ยวเหรอ?”
เซี่ยตงแกล้งถาม
“ไม่ได้เบี้ยว!”
หวังเผิงเฟยกระทืบเท้าด้วยความร้อนรน
“แต่ตอนนั้นฉันนึกว่าไอ้เว็บกะโหลกกะลานี่จะทำเงินได้แค่วันละไม่กี่สิบ อย่างเก่งก็ร้อยเดียว! เดือนนึงได้ไม่กี่พัน แบ่งกันคนละครึ่ง ฉันก็รับได้สบายใจ!”
เขาชี้ไปที่หน้าจอคอม อารมณ์เริ่มควบคุมไม่อยู่
“แต่ตอนนี้ล่ะ! วันละหมื่นกว่า! เดือนนึงสามแสนกว่า! ฉัน… ฉันมีสิทธิ์อะไรไปรับครึ่งนึง? ฉันทำอะไ