่มั้ย?!”
“วันละหมื่นสอง!?”
“เดือนนึง… เดือนนึงก็สามแสนกว่า?! สามแสนแปด!!”
หวังเผิงเฟยเหมือนคนบ้าไปแล้ว
เขาปล่อยเซี่ยตง ล้วงมือถือโนเกียออกมาเปิดเครื่องคิดเลข
“12890… คูณ… 30…”
หน้าจอเล็กๆ ของโนเกียแสดงผล “386700”
มือถือร่วง “ตุ้บ” ลงพื้น
“เชี่ย…”
เขา “ตุ้บ” นั่งแปะลงบนเตียงอีกครั้ง
“รวยแล้ว… ตงจี้… เราสองคน… รวยแล้ว…”
เขาหัวเราะแหะๆ เหมือนคนสติหลุด
ทันใดนั้นเอง
ลูกบิดประตูหมุน “แกร๊ก”
โจวอวิ๋นฟาง แม่ของเซี่ยตง ในชุดกันเปื้อนถือตะหลิว ชะโงกหน้าเข้ามา
“เซี่ยตง! หวังเผิงเฟย! เช้าๆ แสกๆ ร้องโวยวายอะไรกัน! แผ่นดินไหวรึไง?!”
หวังเผิงเฟยยังไฮเปอร์ไม่หาย เห็นแม่เซี่ยตงก็ตะโกนสวนไปทันทีโดยไม่ทันคิด
“คุณน้า! รวยแล้ว! รวยแล้วครับ! เซี่ยตงรวยแล้ว!”
โจวอวิ๋นฟางชะงัก
เธอมองหวังเผิงเฟยอย่างระแวง แล้วหันไปมองลูกชายหัวยุ่งเหมือนรังนก
เธอเคาะตะหลิวกับขอบประตู
“รวยอะไร ฉันว่าบ้ามากกว่า!”
“รีบไสหัวออกมากินข้าวเช้า! ปาท่องโก๋เย็นหมดแล้ว!”
“ปัง!”
ประตูปิดลงอีกครั้ง
ห้องนอนกลับสู่ความเงียบ
ความไฮเปอร์ของหวังเผิงเฟยโดนตะหลิวพิฆาตตบหายไปครึ่งหนึ่ง
เขาเก็บมือถือขึ้นมาเป่าฝุ่น ยัดใส่กระเป๋าอย่างทะนุถนอม แล้วหันมามองเซี่ยตง
เซี่ยตงกำลังจิบน้ำเต้าหู้ที่เริ่มเย็นชืดอย่างใจเย็น สีหน้าเรียบเฉย
“ตงจี้…” หวังเผิงเฟยอดถามไม่ได้ “วันละหมื่นสอง… นาย… นายไม่ตื่นเต้นเลยเหรอ?”
“นี่แค่เริ่มต้น” เซี่ยตงตอบเรียบๆ
“พระเจ้าช่