——!!!!!”
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหู ดังเหมือนเล็บขูดกระจกสุดแรงเกิด
ล้อหลังถูกเบรกมือล็อกตายในทันที สูญเสียการยึดเกาะถนนทั้งหมด
ตัวรถภายใต้แรงเฉื่อยอันมหาศาล เหวี่ยงสะบัดไปด้านข้างอย่างรุนแรง
ยางรถครูดไปกับพื้นปูนทิ้งรอยดำเป็นทางยาว ควันไหม้ลอยคลุ้ง
รถซานตาน่าทั้งคัน ไถลไปด้วยท่าทางพิสดาร บิดเบี้ยว แทบจะกวาดข้างเข้าใส่
สุดท้าย มันหยุดนิ่งในระยะห่างไม่ถึงครึ่งเมตร จากกลุ่มนักเรียนใต้ต้นไม้ที่ขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว
กันชนหน้ารถ แทบจะเฉียดขากางเกงของไอ้หัวทอง
“…”
โลกทั้งใบเหมือนถูกกดปุ่มปิดเสียง
มีเพียงเครื่องยนต์เก่าคร่ำครึที่ยังส่งเสียง “ปุๆๆ” อย่างไม่ยอมแพ้
เสียงจักจั่น หายไป
เสียงลม หายไป
ในสนามฝึก เงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก
สายตาของทุกคน ตรึงแน่นอยู่ที่รถซานตาน่าที่จอดอยู่ในสภาพบิดเบี้ยวคันนั้น
ไอ้หัวทองที่อยู่ใต้ร่มไม้ ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ขาสั่นพั่บๆ เหมือนเจ้าเข้า
หลี่ลี่กับลุงหวังก็หน้าซีดเผือด หอบหายใจแรง พูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่
ในรถ
จ้าวเหมิงตัวอ่อนปวกเปียกคาเบาะคนขับ เหมือนถูกสูบกระดูกออกไปจนหมด
หน้าเธอซีดไร้สีเลือด แววตาเลื่อนลอย เห็นได้ชัดว่าช็อกจนสติหลุด
ไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างกายที่เกร็งเครียดของเธอก็คลายลง น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างเงียบเชียบเหมือนทำนบแตก
เซี่ยตงค่อยๆ คลายมือซ้ายที่ดึงเบรกมือ และมือขวาที่ยังวางอยู่บนขาจ้าวเหมิง
เขาเอนหลังพิงเบาะ พ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด
ฝ่ามือชุ่ม