ไปด้วยเหงื่อเย็นเหนียวเหนอะ
แม่งเอ๊ย
เขาสบถในใจ
ระทึกชิบเป๋ง
อีกนิดเดียว ชีวิตที่ได้เกิดใหม่รอบนี้ คงต้องเริ่มต้นด้วยการชดใช้ค่าเสียหายให้โรงเรียนสอนขับรถและเข้าบำบัดจิตแน่ๆ
ครูฝึกหลิวที่นั่งข้างคนขับ เหมือนโดนสาปเป็นหิน แข็งทื่ออยู่ในท่ากระทืบเบรกฝั่งคนนั่ง
ผ่านไปเกือบครึ่งนาที แกถึงค่อยๆ… ค่อยๆ หันหัวกลับมาอย่างเชื่องช้าที่สุด
สายตาของแกมองข้ามไหล่จ้าวเหมิง ไปหยุดที่เซี่ยตงซึ่งนั่งอยู่เบาะหลัง
สายตานั้น ซับซ้อนสุดจะบรรยาย
แกอ้าปาก ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง เหมือนอยากจะพูดอะไร
แต่สุดท้าย ก็ไม่มีคำพูดหลุดออกมาแม้แต่คำเดียว
ปากที่ปกติด่าได้เป็นไฟแลบ ตอนนี้เหมือนโดนกาวตราช้างติดไว้
แกทำงานมาเกือบสามสิบปี ลูกศิษย์ที่ผ่านมือมาไม่รู้กี่พันกี่หมื่น
ไอ้พวกห้าวเป้ง พวกนักฆ่าบนท้องถนนแบบไหนที่ไม่เคยเจอ?
เหตุการณ์หวาดเสียวก็เจอมาเยอะ
แต่แบบวันนี้ เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
และที่ทำให้แกช็อกยิ่งกว่า คือปฏิกิริยาของเซี่ยตง
นั่นไม่ใช่ปฏิกิริยาที่เด็กอายุสิบแปดควรจะมี
เร็ว
แม่น
หนัก
ไม่มีลังเลแม้แต่นิดเดียว
ดึงเบรกมือ เขี่ยขาออก สองท่าต่อเนื่องลื่นไหล ประสานกันแนบเนียนไร้ที่ติ
ต้องมีสภาพจิตใจที่แกร่งขนาดไหน และการตัดสินใจเฉพาะหน้าที่เฉียบคมเพียงใดถึงจะทำแบบนี้ได้?
ไอ้เด็กนี่… เป็นใครมาจากไหนกันแน่?
“ล… ลงรถ”
ในที่สุดแกก็เปล่งเสียงออกมาได้ เสียงแหบพร่ายิ่งกว่ากระดาษทราย
“วันนี้… พอแค่นี้”
พูดจบ แกเหมือน