ใช้แรงเฮือกสุดท้าย ผลักประตูรถ แล้วเดินลงไป
แกไม่มองหน้าใครอีก เดินดุ่มๆ ตรงไปยังออฟฟิศที่ขอบสนาม ฝีเท้าดูโซเซชอบกล
เซี่ยตงก็เปิดประตูลงรถ สูดอากาศภายนอกที่ปนกลิ่นยางไหม้ รู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
จ้าวเหมิงยังนั่งกองอยู่ในรถ ไหล่สั่นสะท้านร้องไห้สะอึกสะอื้น
เซี่ยตงเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ เคาะกระจก
จ้าวเหมิงเงยหน้า ใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและหวาดกลัว
“ไม่เป็นไรแล้ว ลงมาเถอะ”
เสียงของเซี่ยตงราบเรียบ แฝงไว้ด้วยพลังที่ทำให้คนฟังอุ่นใจ
จ้าวเหมิงปลดเข็มขัดนิรภัย ผลักประตูรถ ขาอ่อนยวบเกือบจะทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น
เซี่ยตงตาไว ยื่นมือไปประคองเธอไว้ได้ทัน
“ขอบคุณ… ขอบคุณนะ…”
เสียงจ้าวเหมิงสั่นเครือปนเสียงสะอื้น ตัวยังสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
“เมื่อกี้… ฉัน…”
“ผมรู้ คุณไม่ได้ตั้งใจ” เซี่ยตงพูดแทรก “ใครๆ ก็มีครั้งแรก ตื่นเต้นเป็นเรื่องธรรมดา”
เขาปล่อยมือ แล้วยื่นน้ำแร่ที่ซื้อจากร้านค้าสวัสดิการข้างๆ ให้เธอ
“ดื่มน้ำหน่อย จะได้หายตกใจ”
ตอนนี้เอง นักเรียนคนอื่นในสนามฝึกเหมือนเพิ่งคลายจากคำสาปหิน ต่างพากันฮือเข้ามามุง
พอถามไถ่จนรู้เรื่องราวทั้งหมด สายตาของทุกคนก็พุ่งเป้าไปที่เซี่ยตง
สายตานั้น ต่างจากเมื่อสองวันที่แล้วอย่างสิ้นเชิง
ถ้าสองวันก่อนคือความทึ่งในฝีมือขับรถ วันนี้ มันคือความตกตะลึงและเลื่อมใสบูชาอย่างหมดหัวใจ