๊ะ
ในปี 2008 กระแสอินเทอร์เน็ตยังไม่ได้กลืนกินทุกสรรพสิ่ง คณะคอมพิวเตอร์ในสายตาผู้ใหญ่หลายคนก็คือ “ช่างซ่อมคอม” คืออาชีพที่ “หากินได้แค่ตอนหนุ่มสาว”
แถมชื่อ “มหาวิทยาลัยไปรษณีย์และโทรคมนาคมปักกิ่ง” ฟังดูยังไงก็ไม่ขลังเท่า “มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง” หรือ “มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น”
เขาไม่รีบร้อนโต้แย้ง แต่ยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบคำหนึ่ง
จากนั้นก็เงยหน้า กวาดสายตามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและสับสนของพ่อแม่
“พ่อ แม่ ใจเย็นๆ ก่อน ฟังผมอธิบายช้าๆ นะ”
น้ำเสียงของเขาเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความสุขุมเกินวัย มีพลังบางอย่างที่ทำให้คนฟังต้องสงบลงและตั้งใจฟัง
เซี่ยเจี้ยนกั๋วกับโจวอวิ๋นฟางสบตากัน แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมระงับอารมณ์ลงชั่วคราว
“ได้ แกพูดมา พ่อจะรอดูซิว่าแกมีความคิดดีๆ อะไร” เซี่ยเจี้ยนกั๋วกอดอก เอนหลังพิงโซฟา
เซี่ยตงเรียบเรียงคำพูด
“อย่างแรก ทำไมเราถึงเปิดร้านเถาเป่า?”
เขาโยนคำถามเปิดประเด็น
“ก็ไม่ใช่… เพื่อระบายของเล่นที่ค้างสต็อกในโรงงานเหรอ?” โจวอวิ๋นฟางตอบตามสัญชาตญาณ
“ใช่ เพื่อขายของ”
เซี่ยตงพยักหน้า
“แต่เราขายออกไปได้ด้วยวิธีไหน?”
“ด้วยคอมพิวเตอร์ ด้วยอินเทอร์เน็ต ถูกมั้ย?”
“เราไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านจริงๆ ด้วยซ้ำ ก็ขายของเล่นไปได้ทั่วประเทศ แม้แต่รับเงินก็ยังทำผ่านออนไลน์”
“นี่แหละคือพลังของอินเทอร์เน็ต”
เขามองดูสีหน้าครุ่นคิดของพ่อแม่ แล้วพูดต่อ
“พ่อ แม่ เงินที่เราหาได้จากร้านเถาเป่