ที อีกฝ่ายถึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหมือนคุยกับคนบ้า
“น้องชาย โม้ไม่เสียภาษีก็จริงนะ แต่เพลาๆ หน่อย”
“ถ้าเอ็งส่งได้วันละพันบ้านจริง เดี๋ยวยกบริษัทให้เลยเอ้า”
“ไม่มีอะไรแล้ววางนะ ยุ่งอยู่”
“ตู๊ดๆๆ…”
เซี่ยตงฟังเสียงสัญญาณตัดสายแล้วส่ายหน้าอย่างระอา
ก็นะ ไม่เกินคาดหรอก
ยุคนี้จินตนาการของผู้คนยังถูกขังอยู่ในกรอบของเศรษฐกิจแบบหน้าร้าน (Offline)
เขาไม่ท้อ โทรหาเจ้าที่สอง “เซินทง”
คราวนี้คนรับสายเป็นเจ๊เสียงดังฟังชัด สไตล์นักเลงหน่อยๆ
“ฮัลโหล! ว่าไง! จะส่งของเรอะ?”
“ใช่ครับคุณน้า อยากถามราคาหน่อยครับ”
“ส่งไปไหน? หนักเท่าไหร่?”
“ส่งทั่วประเทศครับ เป็นของชิ้นเล็กไม่เกิน 1 กิโล ผมทำเถาเป่า ปริมาณน่าจะเยอะอยู่”
คราวนี้เซี่ยตงฉลาดขึ้น ไม่พูดตัวเลขพันบ้านให้ไก่ตื่น
“อ๋อ! ทำเถาเป่าเหรอ!” น้ำเสียงเจ๊ดูกระตือรือร้นขึ้นทันที “เดี๋ยวนี้วัยรุ่นทำกันเยอะนะ! เราสนับสนุนอยู่แล้ว!”
“เอาล่ะ ทั่วไปเราคิด 8 หยวนต่อบ้าน เป็นไง? ราคามิตรภาพสุดๆ”
8 หยวน
ราคานี้ดูเข้าท่ากว่าซุ่นเฟิงเยอะ แต่สำหรับเซี่ยตง มันก็ยังแพงไป
“คุณน้าครับ ลดอีกหน่อยได้ไหม? ผมเพิ่งเริ่มทำ ต้นทุนมันสูง”
“ไอ้หนุ่ม ทำธุรกิจอย่ามองแต่ตรงหน้าสิ ของเราเซินทงจุดบริการเยอะ ส่งไว บริการดี ลองใช้แล้วจะรู้ ของดีราคาก็ต้องสมน้ำสมเนื้อ!”
เจ๊แกเริ่มร่ายยาวขายของ
เซี่ยตงฟังอย่างอดทน คอยแทรกจังหวะเพื่อต่อรองราคาลงมา
ยื้อยุดกันอยู่สิบกว่านาที สุดท้ายเจ๊แกก็ย