่อก่อนชอบศึกษาเล่นๆ น่ะครับ” เซี่ยตงถ่อมตัว
เถ้าแก่ไม่ถามต่อ หยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมา ก้มหน้าก้มตากดรัวๆ
เขาคิดราคาอย่างละเอียด ตรวจทานทุกรายการซ้ำไปซ้ำมา
สุดท้าย เขาเงยหน้าขึ้น บอกตัวเลข
“สี่พันแปดร้อยห้าสิบหยวน”
“ราคานี้สุดๆ แล้ว ลดไม่ได้แล้วนะ”
เซี่ยตงพยักหน้า
ราคานี้ใกล้เคียงกับที่เขาประเมินไว้ในใจ เผลอๆ จะถูกกว่านิดหน่อยด้วย
เขารู้ว่าเถ้าแก่คนนี้ไม่ได้ฟันหัวแบะ
“ตกลงครับ”
เขาล้วงปึกธนบัตรหนาๆ ออกมาจากกระเป๋า นับออกมา 49 ใบ ยื่นส่งให้
“ไม่ต้องทอนครับ อีกห้าสิบหยวนที่เหลือ ช่วยแถมคีย์บอร์ดกับเมาส์ดีๆ ให้ผมชุดนึง”
เถ้าแก่ชะงัก มองเงินที่เซี่ยตงยื่นให้ แล้วมองหน้าเด็กหนุ่ม
เขาเปิดร้านที่นี่มาหลายปี เจอลูกค้ามาสารพัดแบบ มีทั้งพวกขี้งกต่อราคาถล่มทลาย มีทั้งพวกอวดรู้แต่กลวงโบ๋ แต่แบบเซี่ยตงที่ทั้งรู้จริงและใจป้ำแบบนี้ เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
เขารับเงินมาเงียบๆ แล้วพยักหน้า
“ได้”
“เดี๋ยวผมลงวินโดวส์ให้ เทสต์เครื่องให้เสถียร พรุ่งนี้ไปส่งให้”
เซี่ยตงทิ้งที่อยู่โรงงานและเบอร์โทรศัพท์ของเซี่ยเจี้ยนกั๋วไว้
“รบกวนด้วยนะครับเถ้าแก่”
“เรื่องเล็กน้อย”
เขาหันหลังเดินลงบันไดเลื่อน ผ่านโถงชั้นล่างที่จอแจ แล้วเดินออกจากตึกคอมพิวเตอร์
ฟ้ามืดสนิทแล้ว
แสงไฟนีออนริมถนนสว่างไสว ย้อมท้องฟ้ายามค่ำคืนของเมืองให้กลายเป็นสีสันพร่ามัว
เขาไม่ได้กลับไปร้านเกมทันที แต่เลี้ยวกลับไปทางบ้าน
ถึงบ้าน ในห้องเงียบกริบ