วณในใจ
“สามพันตัว”
เขาบอกตัวเลขออกมา
“ถ้าเร่งกำลังผลิตเต็มที่ วันนึงทำได้สูงสุดสามพันตัว”
สามพันตัว
เซี่ยตงทวนตัวเลขนี้ในใจ
เขาคำนวณอย่างรวดเร็ว
โมเดล “เจ้าส้มอ้วน” หนึ่งตัว ถ้าอิงราคาในอนาคต ต่อให้ขายแค่ 10 หยวน (ประมาณ 50 บาท) วันหนึ่งก็ได้ยอดขายสามหมื่นหยวน
เดือนละเก้าแสนหยวน
หักต้นทุน ค่าแรง ค่าน้ำค่าไฟ กำไรก็ยังงามหยด
ที่สำคัญ กำลังการผลิตระดับนี้ เพียงพอจะรองรับกลยุทธ์การตลาดบนเถาเป่าที่เขาจะงัดมาใช้ได้สบาย
พอแล้ว
เซี่ยตงวางใจได้สนิท
“รับทราบครับพ่อ”
เขาเอนหลังพิงเบาะ หลับตาลง แต่ในหัวกลับหมุนเร็วประมวลผลแผนการขั้นต่อไปอย่างบ้าคลั่ง
เซี่ยเจี้ยนกั๋วมองใบหน้าสงบนิ่งของลูกชายผ่านกระจกมองหลัง ความรู้สึกซับซ้อนประดังเข้ามาในใจ
ลูกชายที่เคยเอาแต่ก้มหน้าเรียนหนังสือ ไม่กล้าพูดกับใคร จู่ๆ ก็โตเป็นผู้ใหญ่ชั่วข้ามคืน
…
กลับถึงบ้าน พอวางกระเป๋าลง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นรัวๆ
“กริ๊งงงง——”
โทรศัพท์บ้านรุ่นเก่าในห้องรับแขกนั่นเอง
เซี่ยตงเดินไปรับสาย
“ฮัลโหล ใครครับ?”
“เชี่ย! เซี่ยตง! ในที่สุดมึงก็โผล่หัวมา! มึงตายไปอยู่ไหนมาวะ?”
ปลายสายคือเสียงตะโกนแสบแก้วหู พลังเสียงทะลุทะลวงจนเซี่ยตงหูอื้อ
หวังเผิงเฟย
เพื่อนซี้ตั้งแต่เด็ก ไอ้นี่หัวไว แต่เกลียดการเรียนเข้าไส้
“กูโทรหามึงตั้งหลายรอบ ไม่ติดเลย มือถือมึงพังเหรอวะ?”
เซี่ยตงเพิ่งนึกได้ว่า มือถือปุ่มกดรุ่นปี 2008 ของเขา ไม่ได้เปิดเครื่องเลยตั้งแต