เขาคือผู้ใหญ่ที่มีความทรงจำจากอนาคตอีกสิบกว่าปี
เขาจำได้ว่าปี 2008 ก็เป็นจุดเปลี่ยนชะตาชีวิตของครอบครัวเล็กๆ นี้เช่นกัน
พ่อแม่ของเขาเปิดโรงงานของเล่นเล็กๆ รับจ้างผลิต (OEM)
ในโรงงานมีคนงานสิบกว่าคน ผลิตของเล่นพลาสติกส่งให้แบรนด์ต่างประเทศ
ในยุคนั้น ธุรกิจนี้ถือว่าสร้างเนื้อสร้างตัวได้ดีทีเดียว ทำให้ครอบครัวเซี่ยตงมีกินมีใช้แบบ “พอมีพอกินอย่างมีความสุข”
แต่ทว่า พายุวิกฤตการเงินระดับโลกกำลังคืบคลานเข้ามาเงียบๆ
ยอดสั่งซื้อจากต่างประเทศกำลังจะดิ่งลงเหว
เขาจำได้แม่นว่าเริ่มจากฤดูร้อนนี้นี่แหละ ที่รอยยิ้มบนหน้าพ่อแม่เริ่มลดน้อยลง และการทะเลาะเบาะแว้งเริ่มถี่ขึ้น
เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าแรงคนงาน เพื่อจ่ายหนี้แบงก์ พวกท่านต้องขายรถ จำนองบ้าน
แต่สุดท้าย ก็ยื้อไว้ไม่ไหว
โรงงานของเล่นเล็กๆ เปรียบเหมือนเรือลำน้อยท่ามกลางคลื่นยักษ์ โดนซัดทีเดียวก็พลิกคว่ำ
ตั้งแต่นั้นมา ฐานะทางบ้านก็กลับไปยากจน
ครอบครัวที่เคยอบอุ่นถูกภาระชีวิตกดทับจนแทบหายใจไม่ออก
และตอนนั้น เซี่ยตงไม่รู้อะไรเลย
เขาจมอยู่กับความผิดหวังที่สอบเอนทรานซ์ไม่ติด มัวแต่โทษตัวเอง จนมารู้เรื่องทางบ้านก็สายไปแล้ว