เสร็จ อดบ่นพึมพําไม่ได้ “หญิงแซ่ลู่นั่นพื้นเพมาจาก ตระกูลต่ําต้อย เล่ห์เหลี่ยมไม่ถึงขั้น ทั้งยังไร้บารมี! ยายเฒ่าหูก่อความวุ่น วายผลาญสมบัติในเรือนถึงเพียงนั้น นางกลับอดทนมาได้จนถึงวันนี้ มิหนํา ซ้ํายังปล่อยให้บ่าวไพร่แอบฟังความลับในมุ่งไปได้อีก เห็นทีว่าต่อให้ฉลาด เพียงใด ก็คงมีขีดจํากัดแค่นี้กระมัง”
อีกใจหนึ่งนางก็รู้สึก ‘เกลียด เหล็กไม่ยอมเป็นเหล็กกล้า’ [2] “ถ้า เป็นข้านะ ยึดอํานาจเสร็จตั้งแต่วันแรกก็ไล่ยายเฒ่าหูให้กลับบ้านเก่าไปเลี้ยง หลานแล้ว จะเก็บไว้ให้รกหูรกตาทําไม?”
ไป่หลิงรีบเอ่ยผสมโรงว่า “สะใภ้สี่พื้นเพแบบนั้น ยายเฒ่าหูยัง ปรนนิบัติรับใช้ท่านสี่มาตั้งหลายปี นางจะไปมีบารมีเหมือนสะใภ้ใหญ่ได้ อย่างไรเจ้าคะ? ลําพังแค่ยกยายเฒ่าหูขึ้นหิ้งบูชาไว้ได้ก็นับว่าดีถมไปแล้ว! หากเปลี่ยนเป็นพวกใจเสาะ ดีไม่ดีป่านนี้อํานาจดูแลเรือนก็คงยังตกอยู่ในมือ ยายเฒ่าหูนั่นแหละเจ้าค่ะ”
หู อรู้สึกว่าตนจับจุดอ่อนของลู่เจินเจินได้แล้ว ภายในใจพลันบังเกิด ความลําพองใจลึกๆ ขึ้นมาวูบหนึ่ง… ที่แท้ลู่เจินเจินก็มีดีแค่นี้แหละ กระนั้นยังไม่วายจะค่อนยอดต่อ “ถึงว่าเล่า ตระกูลใหญ่อย่างเรา การ แต่งงานกับคนที่ฐานะทัดเทียมกันนั้นดีที่สุด ไม่อย่างนั้นรับพวกลูกสาว
ตระกูลต่ําต้อยเข้ามา แม้แต่พวกมามาดูแลบ้านก็ยังคุมไม่อยู่เลย” พูดไปก็แอบล้าพองใจไปพลาง ไป่หลิงรีบผสมโรง “จริงเจ้าค่ะ! จวน โหวของเรายังโชคดีที่มีสะใภ้ใหญ่คอย