เดียวจะยาไส้พอหรือ? ยามย้าขนของกลับมาบ้าน ไฉนพวกเจ้าไม่เอ่ยปากห้ามสักครึ่งค้า? เงินที่ขาย ของได้ มีใครบ้างไม่ได้ใช้? พวกเจ้าถลุงเงินกันสนุกมือยิ่งกว่าใคร! ใจจริงแทบ อยากจะให้ย้ายกเรือนท่านสี่กลับมาปรนเปรอพวกเจ้าเสียด้วยช้า! ครั้นพอ เกิดเรื่องขึ้นมา ก็กลับปัดสวะให้พ้นตัว แสร้งทําเป็นไม่รู้ไม่เห็นกระนั้นหรือ? “ถุย! ฝันกลางวันไปเถอะ! ยามเสพสุขไม่เห็นมีใครตกหล่น ยามตก ทุกข์ได้ยากก็อย่าหวังว่าใครจะรอดตัวไปได้!”
หูมามาแค่นหัวเราะ คนสกุลหูหน้าเปลี่ยนสีกันถ้วนหน้า
ผ่านไปครู่ใหญ่ ลูกชายคนโตของหูมามาถึงได้ลองหยั่งเชิงถาม “ท่าน แม่ ท่านตัดใจเห็นหลานๆ ไปตกระกําลําบากที่บ้านสวนได้ลงคอหรือ? ท่าน
ลองหาวิธีดูหน่อยเถิด?”
“ลองไปขอร้องฮูหยินสามดูไหม? หรือไปขอร้องท่านดูก็ได้!”
หูมามาถ่มน้ําลายใส่ลูกชายคนโต “ไสหัวไป! เจ้าคนสมองทึบ ฮูหยิน
สามเป็นคนสั่งการเอง แล้วจะไปขอร้องท่าน จะมีประโยชน์อะไร?”
ลูกสะใภ้คนโตที่อยู่ข้างๆ ฟังแล้วสะดุดหู จึงถามอย่างระมัดระวัง “
แล้วต้องไปขอเจ้านายท่านไหนถึงจะมีประโยชน์ล่ะเจ้าคะ? อย่างน้อยก็ลอง
ไปขอร้องดู เผื่อเจ้านายเมตตา อาจจะยอมให้พวกเราอยู่ต่อก็ได้”
หูมามามองหลานๆ ที่กําลังร้องไห้กระจองอแง ท้ายที่สุดก็ใจอ่อน
นางครุ่นคิดครู่หนึ่ง “พวกเจ้าหาทางไปบอกแม่นางไป่หลิงที่เรือน
สะใภ้ใหญ่ บอกว่าข้ามีคําพูดสําคัญจะบอกสะใภ้ใหญ่
“สะใภ้ใหญ่?” ลูกชายคนโตชะงัก “ท่านแม่ ท่านเลอะเลือนไปแล