วรทําเช่นไร เจ้าคะ?”
นัยน์ตาที่ดูพร่ามัวของฮูหยินผู้เฒ่าไปพลันฉายประกายวูบหนึ่ง นาง
ๆ
หัวเราะเบา ๆ “แก่ปานนี้แล้วยังต้องมาตัดสินคดีความให้พวกเจ้าอีก ในเมื่อ ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผล เช่นนั้นก็พบกันครึ่งทางเถิด”
“สะใภ้สี่พูดได้ถูกต้อง นางเพิ่งแต่งเข้ามา คนในบ้านยังจําหน้าได้ไม่ ครบเลย ครั้งนี้ก็ไม่ต้องดึงนางเข้ามาเกี่ยว ให้คอยเรียนรู้อยู่ข้าง ๆ ก็พอ”
“ส่วนสะใภ้รองกับสะใภ้สาม ถึงอย่างไรก็ยังเด็ก ไม่เคยผ่านงานใหญ่ ก็แบ่งงานไปคนละนิดคนละหน่อย ให้พวกนางได้ลองฝึกมือดู
“ส่วนเรื่องอื่น ๆ พวกเจ้าสะใภ้ทั้งสามก็ไปพิจารณาจัดการกันตามสม ควรเถิด ให้ฮูหยินใหญ่รับผิดชอบภาพรวม ฮูหยินรองและฮูหยินสามคอย ช่วยเหลือ แต่ก่อนเคยปฏิบัติมาอย่างไร ตอนนี้ก็ให้เป็นไปตามนั้น
วาจาของฮูหยินผู้เฒ่าไปถือเป็นคําตัดสินเด็ดขาด นอกจากหูชื่อแล้ว
ทุกคนในที่นั้นต่างก็พอใจ โดยเฉพาะฮูหยินใหญ่จีนชื่อและฮูหยินรองฉินชื่อ
สายตาที่มองลู่เจินเจินดูสนิทสนมและเป็นกันเองขึ้นอีกหลายส่วน ส่วนจ้าว ชื่อได้รับมอบหมายให้ดูแลต้นไม้ดอกไม้ในจวน แม้จะไม่ได้มีผลประโยชน์ อะไรมากนัก แต่นางก็พอใจแล้ว
เมื่อจ้าว อหันกลับมามองลู่เจินเจิน ก็นึกกระหยิ่มใจว่าอีกฝ่ายฉลาด แต่กลับพลาดท่า คิดจะถอยเพื่อรุก แต่กลับกลายเป็นถอยจนตกขอบ อ้านาจดูแลเรือนที่ควรจะอยู่ในมือก็อันตรธานหายไปสิ้น
สมน้ําหน้า
จ้าวชื่อที่กําลังนิกสมนํ้าหน้าและคิดเข้าข้างตัวเองว่าข่มลู่เจินเจิ