บ
ร้อน นางเดินรั้งท้ายเอื่อยเฉื่อยกลับเรือนทิ้งเทาอย่างสบายอารมณ์
ในเมื่อหลานชื่อต้องไปจัดการงานที่เรือนหน้า ลู่เจินเจินจึงไม่ต้องไป เรียนรู้งานที่เรือนของนาง จู่ ๆ ก็ว่างขึ้นมา เป็นช่วงเวลาแสนสบายที่หาได้ ยากยิ่งนัก พอกลับถึงเรือนทิงเทา นางก็เอากล่องสมบัติส่วนตัวออกมาลูบ คลิาพลางนับใหม่อีกรอบ รู้สึกว่าชีวิตดีงามหาใดเปรียบ
งาน…
พลันได้ยินเสียงรุ่ยเชียงร้องบอกจากด้านนอกว่ามีเรื่องสําคัญจะราย
รุ่ยเชียงขยับเข้ามาใกล้ “มีสาวใช้รุ่นเล็กจากเรือนสะใภ้ใหญ่มาด้อม ๆ มอง ๆ แล้วเรียกหูมามาออกไปเจ้าค่ะ บ่าวให้คนสะกดรอยตามไป พบว่าหูมา มาทําท่าลับ ๆ ล่อ ๆ เดินมุ่งหน้าไปที่เรือนสะใภ้ใหญ่เจ้าค่ะ”
ไปที่เรือนหูชื่องั้นหรือ? ลู่เจินเจิ้นรู้สึกเสียดายนิดหน่อย เพราะถ้า
เป็นเช่นนั้นนางคงยากจะรู้ว่าพวกนางแอบวางแผนอะไรกัน
รุ่ยเชียงกลับกระชิบเสียงเบาต่อว่า “สะใภ้สี่ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ บ่าวมี ลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งเป็นสาวใช้กวาดลานอยู่ที่เรือนสะใภ้ใหญ่ บ่าวบอกให้ นางคอยจับตาดูแล้ว หากหูมามาเข้าไปคุยกับสะใภ้ใหญ่ที่ด้านใน ให้ลูกพี่ลูก น้องบ่าวแอบฟังดู เผื่อว่าจะพอจับใจความสําคัญได้สักประโยคสองประโยค
เจ้าค่ะ”
ลู่เงินเงินไม่นึกว่ารุ่ยเชียงจะมีเส้นสายแบบนี้ จึงพยักหน้าพลางก๋า บ ว่า “ได้ยินก็ดี ไม่ได้ยินก็อย่าฝัน อย่าให้ลูกพี่ลูกน้องเจ้าถูกจับได้ล่ะ มันจะไม่ คุ้มกัน หากได้ยินอะไรที่มีประโยชน์จริงๆ ข้าไม่ปล่อยให้ลูกพี