ลู่เจินเจินเลิกคิ้วสูงทันทีที่ได้ยิน “นางพูดเช่นนั้นจริงหรือ?”
รุ่ยเชียงพยักหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความตึงเครียด
“สะใภ้สี่ แล้วพวกเราจะทําอย่างไรดีเจ้าคะ? บ่าวว่านางเป็นพวกกิน
บนเรือนขี้รดบนหลังคาชัดๆ
คิดว่าไปเกาะขาสะใภ้ใหญ่แล้วจะทําตัว กําเริบเสิบสานได้ร้! คนแบบนี้เก็บไว้ข้างกายไม่ได้แล้วนะเจ้าคะ…
ลู่เจินเจินครุ่นคิดครู่หนึ่ง “อย่างไรเสียหูมามาก็ดูแลท่านสี่มาตั้งหลาย
ปี ถึงไม่มีความดีความชอบแต่ก็มีความเหนื่อยยาก คงต้องจับให้ได้คาหนังคา เขาเสียก่อน ถึงจะไล่คนออกไปได้! เจ้าส่งคนไปจับตานางไว้ให้ดี ดูชี้ว่านาง กับทางสะใภ้ใหญ่กําลังวางแผนอะไรกันอยู่?”
รุ่ยเชียงคําหมัดแน่นด้วยความฮึกเหิม “สะใภ้สี่วางใจได้เลยเจ้าค่ะ บ่า วจะให้คนเฝ้านางไม่ให้คลาดสายตาเชียว!”
หลังจากสั่งการเสร็จ ลู่เจินเจินก็กําชับให้โม่ลี่กับไห่ถึงคอยระแวด ระวังเรื่องในเรือนให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน กลัวว่ามามาจะใช้ วิธีสกปรก แอบโรยขี้เถ้าหรือถ่มน้ําลายลงในอาหาร ซึ่งนั่นคงเป็นเรื่องที่น่า
สะอิดสะเอียนเกินทน
โม่ลี่กับในถังเดิมทีก็ไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น พอได้ยินลู่เจินเจินพูด
ขึ้นมา ก็พากันพะอืดพะอม รีบรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะดูแลอย่าง เคร่งครัด
เมื่อจัดการเรื่องทางนี้เสร็จ ลู่เงินเงินจึงไปสมทบกับหลานชื่อที่เรือน เพื่อไปคารวะเช้าที่เรือนรุ่ยเชวียนพร้อมกัน
เช่นเดียวกับทุกวัน หลังจากปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าไปทานมื้