แล้วร่างกายก็ไม่ค่อยแข็งแรง ยิ่ง ช่วงนี้รู้สึกอ่อนเพลียลงทุกวัน เชิญหมอหลวงมาตรวจก็บอกว่าเลือดลม พร่อง ต้องพักผ่อนบําารุงร่างกายให้ดี ห้ามตรากตรําหรือครุ่นคิดเรื่องจุกจิก
มากเกินไป”
“ข้าถึงได้แบกหน้าไปขอร้องฮูหยินผู้เฒ่าและแม่สามี อยากให้น้อง สะใภ้มาช่วยแบ่งเบาภาระ ดูแลบ้านแทนสักระยะหนึ่ง ให้ข้าได้พักผ่อนอู้งาน บ้างสักนิด แล้วค่อยกลับมารับช่วงต่อภายหลัง”
“น้องสะใภ้สี่ เจ้าก็รู้ ข้าแต่งงานกับพี่ใหญ่ของเจ้ามาตั้งหลายปี ทว่า กลับมีเพียงเยว่เจี่ยเอ๋อร์ที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว และลูกสาวจาก อนุภรรยาอีกคน ยังไม่มีลูกชายสืบสกุลเลย ตอนนี้อาศัยยามที่อายุยังไม่มาก นัก ก็อยากจะบําารุงร่างกายให้แข็งแรงเพื่อจะได้มีน้องชายให้เยว่เจี่ยเอ๋อ สัก คน…. น้องสะใภ้สี่ ความช่วยเหลือเพียงเท่านี้ เจ้าคงจะช่วยพี่สะใภ้ได้กระมัง?” หูชื่อพูดจาได้ชาบซึ้งกินใจยิ่งนัก โดยเฉพาะยามที่เอ่ยถึงความ ปรารถนาที่จะมีบุตรชาย ขอบตาของนางถึงกับแตงระเรื่อดูน่าสงสารจับใจ คราวนี้แม้แต่หลานชื่อเองก็ถึงกับพูดไม่ออก เพราะสิ่งที่หูชื่อกล่าวนั้นล้วน เป็นความจริงที่มีอาจปฏิเสธได้
ยามนี้นางและฟูจือเงี่ยนมีเพียงเยว่เจี่ยเอ๋อร์ที่เป็นบุตรสาวภรรยา
เอก และบุตรสาวจากอนุภรรยาอีกคน ทว่าทายาทรุ่นที่สี่ของจวนโหวคน อื่น ๆ กลับมีบุตรชายกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น เหวยเกอเอ๋อร่’ ของชุนชื่อ สะใภ้รอง หรือ หลุนเกอเอ๋อร่’ ของจ้าวชื่อ และยังมี เงี่ยเกอเ