งอ้านาจจากมือนางในตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับการ
แย่งอาหารจากปากเสือ [1] วันหน้าจวนโหวแห่งนี้อย่างไรก็ต้องตกเป็นของ บ้านใหญ่ นางที่เป็นคนบ้านรองจะไปหาเรื่องให้คนเขาเกลียดขี้หน้าทําไม
แล้ว
มีผู้ขอรับงานที่สบายที่สุด และดูไม่มีพิษภัยที่สุดไปเสียจะดีกว่า แล้วก็เป็นดังคาด หูชื่อเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
ตอนนี้สายตาของทุกคนพุ่งเป้ามาที่ลู่เจินเจิ้น เหลือแค่นางคนเดียว
หลานชื่อพยายามส่งสายตาให้ลู่เงินเงินอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่
กลับถูกฉิน อยิ้มขัดจังหวะเสียก่อน “น้องสะใภ้สาม เจ้าเป็นอะไรไปหรือ?
เจ็บตาหรืออย่างไร?”
หลานชื่อฝืนยิ้มบางๆ “ตื่นมาเมื่อเช้าหนังตากระตุกไม่หยุดเลย ไม่รู้
ว่าจะเป็นลางดีหรือลางร้าย”
“อ้อ? ตาซ้ายกระตุก หรือว่าตาขวาล่ะ?” ฉินชื่อถาม
หลานชื่อขมวดคิ้ว “ตาขวากระตุก ในใจเลยรู้สึกหวั่นๆ กลัวจะมีเรื่อง
ไม่ดีเกิดขึ้น”
ลู่เจินเจินกําลังจะเอ่ยปากแสดงความห่วงใยหลานชื่อ แต่กลับถูกหู
ชื่อขัดขึ้นเสียก่อนด้วยใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม
“น้องสะใภ้สี่ ตอนนี้เหลือแค่เจ้าแล้วนะ เจ้าอย่าได้ปฏิเสธเชียว อย่า
มาอ้างว่าดูแลบ้านไม่เป็นล่ะ!”
“ข้ารู้มาหมดแล้ว ช่วงนี้อาสะใภ้สามพาเจ้าติดสอยห้อยตามสอนงานดู แลบ้านตลอด ได้ยินว่าน้องสะใภ้สี่หัวไวเรียนรู้เร็ว ทําเอาอาสะใภ้สามเอ่ยชม
ไม่ขาดปากเลยทีเดียว!”
“ในเมื่อน้องสะใภ้สี่มีความสามารถถึงเพียงนี้ ก็ต้องช่วยพี่สะใภ้หน่อย
นะ! เจ้าก็รู้ ตั้งแต่ข้าคลอด เยว่เจี่ยเอ๋อร์