้าได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับคนสกุลลู่แล้วเจ้าค่ะ!” “อะไรนะ?” หลานชื่อมือไม้อ่อนจนทําถ้วยชาหลุดมือ น้ําชาหกเลอะ กระโปรงไปครึ่งแถบ แต่นางกลับไม่มีแก่ใจจะก้มมองดู
ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋ที่กําลังจิบชาอยู่ถึงกับพ่นพรวด สําลักหน้าดําหน้าแดง
จนต้องใช้มือทุบอกตัวเอง
ลู่เจินเจินรีบก้าวเท้าเข้าไปหาฮูหยินผู้เฒ่าไป ช่วยลูบหลังให้ท่านหาย
ใจได้สะดวกขึ้น
พอฮูหยินผู้เฒ่าหายใจทัน ก็รีบคว้ามือลู่เจินเจินเอาไว้
“สะใภ้สี่ ตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
ต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขนาดไหน ถึงขั้นทําให้ลูกสาวที่แต่งงานแล้ว ต้องตัดขาดความสัมพันธ์กับบ้านเดิมเช่นนี้?
หรือว่าคนสกุลลู่คิดจะก่อกบฎ?
ความคิดในหัวฮูหยินผู้เฒ่าเตลิดไปไกล
ลู่เจินเจินถอนหายใจ พลางกล่าวด้วยน้ําเสียงขมขื่น
“ท่านย่าและท่านแม่คงพอจะทราบเรื่องทางบ้านย้า ข้าเองก็รู้ดี แม้
ภายนอกดูเหมือนข้าแต่งให้ท่านสี่แต่แท้จริงข้าถูกทางบ้านส่งมาเป็นข้อแลก
เปลี่ยนกับจวนโหว เพื่อแลกตัวพี่ชายใหญ่ของข้าออกจากคุก ที่ข้ามีทุกวันนี้ ได้ก็ต้องขอบคุณที่ท่านสี่เมตตา มอบเกียรติยศให้ข้า ทําให้ย้ายังพอมีชีวิตอยู่
ต่อไปได้เจ้าค่ะ”
พูดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าไปและนายหญิงสามหลานชื่อ ต่างก็ฉายแววกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาวูบหนึ่ง
ทว่าทั้งสองคนอาวุโสแล้ว ทั้งยังหน้าหนาพอตัว ความรู้สึกกระอัก กระอ่วนเพียงเล็กน้อยนั้นจึงผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
ลู่เจินเจินเล่าต่อ “สกุลลู่ได้ให้กําเ