ด้เห็น ความมุ่งมั่นของนางอย่างแน่นอน!
เพื่อตําาแหน่งฮูหยินตราตั้งชั้นหนึ่ง เพื่ออนาคตที่จะได้เลี้ยงเด็กหนุ่ม หน้าตา หลังจากฟูจืออี๋หายสาบสูญ ลู่เจินเจินรู้สึกว่าทุกอย่าง คุ้มค่าที่จะ
อดทน อนาคตอันสดใสยังรออยู่
ภายใต้สายตาอันมุ่งมั่นคาดหวังของลู่เจินเจิน ในที่สุดฟูจืออี๋ก็ตอบ
กลับมาประโยคหนึ่ง
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็มาคอยดูกันต่อไปเถิด!”
ถือว่ายอมรับหนังสือสวามิภักดิ์ของลู่เจินเจินแล้ว
ลู่เจินเจินถอนหายใจด้วยความโล่งอก ความร่วมมือระหว่างคนทั้ง สองก้าวหน้าไปอีกขั้น แน่นแฟ้นขึ้นอีกนิด และเข้าใกล้ตําแหน่งฮูหยินตราตั้ง
ขั้นหนึ่งไปอีกหน่อย
นางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจถามดักคอไว้ล่วงหน้า “ท่านเจ้า คะ แล้วหลังจากนี้เมื่ออยู่ในจวนโหว เวลาอยู่ต่อหน้าบรรดาพี่สะใภ้น้องสะใภ้ ข้าควรวางตัวอย่างไรดี? ต้องอดทนอดกลั้นให้มากเข้าไว้? หรือให้ทําตัวเช่น
เดิมต่อไป?”
ฟู่จืออี้ปรายตามองลู่เจินเจินแวบหนึ่ง
เจ้าคือสะใภ้สี่แห่งตระกูลฟู ลองไตร่ตรองดูว่าสะใภ้สี่ควรทําสิ่งใด
เจ้าก็จงทําสิ่งนั้นเถิด”
เข้าใจแล้ว! ลู่เจินเจินถอนหายใจอย่างโล่งอก
ในฐานะสะใภ้สี่แห่งสกุลฟู่ ย่อมไม่จําเป็นต้องเจียมเนื้อเจียมตัวก้มหัว
ให้ใคร หรือต้องคอยอดทนอดกลั้นอะไรมากมาย
ต่อให้จะวางอํานาจบาตรใหญ่สักหน่อยก็คงไม่เป็นไร
แบบนั้นก็ดีสิ! ทํางานเหมือนกัน ระหว่างได้ด่าคนทุกวัน กับต้องรอง
รับอารมณ์คนทุกวัน ความรู้สึกมันต่างกันลิบลับ! ขอ