ารดาเป็นผู้กําหนด พวกเราเมตตาเอ็นดูเจ้า ถึง ได้เฟ้นหาการแต่งงานที่ดีเช่นนี้ให้ มิเช่นนั้นลําพังฐานะอย่างเจ้า จะมีวาสนา ได้แต่งเข้าไปเป็นสะใภ้จวนโหวเชียวหรือ ได้ดิบได้ดีถึงเพียงนี้แล้ว เจ้ายังไม่รู้
จักพออีกหรือไร?”
[2]
“ดูเสื้อผ้าเครื่องประดับบนตัวเจ้าสิ เทียบกับพี่น้องของเจ้าแล้ว ดีกว่า เป็นสิบเท่าร้อยเท่า เจ้าไม่ลองตรองดูบ้างล่ะว่า จะมีแม่ใหญ่ (2) บ้านไหนใจ กว้างเท่าข้า การแต่งงานดีๆ เช่นนี้ ถ้าไม่เก็บไว้ให้ลูกในไส้ แต่กลับยกให้เจ้า เจ้าไม่สํานึกบุญคุณก็แล้วไปเถิด แต่นี่ยังมาตัดพ้อต่อว่าอีก… มันใช้ได้ที่ไหน
กัน”
ลู่เจินเจินนํ้าตาไหลพรากไม่หยุด พูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งศา ในใจสบถด่าไม่หยุด ฤทธิ์น้ําขิงนี่มันแรงจริง เล่นเอาแสบตาจนนาง
หมดอารมณ์จะพูดแล้ว
หวังชื่อเห็นลู่เจินเจินเอาแต่ร้องให้ไม่พูดไม่จา ในใจยิ่งนักดูแคลนมาก
ขึ้น นางหวนนึกถึงแผนการที่วางไว้ จึงเอ่ยปากตะล่อมว่า
“การแต่งงานที่ประเสริฐปานนี้ย้ายกให้เจ้าไปแล้ว ยามนี้เจ้าก็ได้เสวย สุขสมใจ… แต่หันกลับมาดูที่บ้านเดิมบ้างเถิด พี่น้องของเจ้ายังไม่มีใครได้ ออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝาเลยสักคน ในเมื่อเจ้าได้ดีมีวาสนาในจวนโหวแล้ว คง ไม่ใจจืดใจดํา ทนดูตาย” ปล่อยให้พี่น้องต้องแต่งงานออกไปอย่าง “ต่ําต้อยไร้
เกียรติ’ หรอกกระมัง?” “มิเช่นนั้นยามอยู่ในจวนโหว บรรดาสะใภ้คนอื่นล้วนมีชาติตระกูลสูง ส่ง หากบ้านเดิมของเจ้ามีเพียงญาติพี่น้องที่ไม่ได้ความ เ