กมือขวาขึ้นสาบาน “ท่านสี่วางใจเถิด
เจ้าค่ะ พวกเราสามีภรรยาเปรียบเสมือนตั๊กแตนบนเชือกเส้นเดียวกัน [4] ร่วมหัวจมท้ายกันแล้ว…. หากท่านได้ดี ข้าถึงจะสุขสบายไปด้วย เช่นนั้นข้า ย่อมต้องเป็นพวกเดียวกับท่านอยู่แล้ว
ในจวนโหวนี้…. ไม่สิ ในใต้หล้านี้ มีแต่ข้าที่ดีกับท่านที่สุด ข้าจะเชื่อฟัง แต่ค้าพูดของท่านเท่านั้น ส่วนผู้อื่นต่อให้เป็นท่านแม่ก็ตาม ข้าก็จะฟังหูไว้หู เชื่อเพียงสามส่วนเท่านั้นเจ้าค่ะ”
ฟูจือ มุมปากกระตุกอดไม่ได้ที่จะถลึงตาใล่ลู่เจินเจินแว่บหนึ่ง
สมกับที่เป็นสตรีจากตระกูลเล็ก วาจาเหลวไหลไร้สาระพรรค์นี้ไปสรร
หามาจากที่ใดกัน?
อะไรคือ ในใต้หล้านี้ มีแต่ข้าที่ดีกับท่านที่สุด’? ช่างทําตัวไม่สํารวม
เอาเสียเลย!
เขาพยายามย่มมุมปากที่กําลังจะยกยิ้มขึ้นอย่างสุดความสามารถ
แสร้งทําเสียงเย็นชา
เด็ดขาด”
“ระวังกิริยาของเจ้าด้วย วันหน้าห้ามไปพูดจาเหลวไหลเช่นนี้ข้างนอก
ลู่เจินเจินอยากจะยื่นกระจกให้ฟูจิอส่องดูตัวเองนัก ลายหูแดงเถือก
ปานนั้น ยังจะมาแสร้งวางมาดขรึมตบตาผู้ใดได้อีก?
นี้?
นึกไม่ถึงเลยว่าว่า ฟู่จื่ออี้ที่เป็นโรคจิตขี้ระแวง จะแพ้ทางไม้อ่อนเช่น
นางถือโอกาสหยอดกลับไปทันควัน
“รับทราบเจ้าค่ะท่านสี่! วันหน้าคําพูดเช่นนี้ ข้าจะเก็บไว้พูดให้ท่านฟัง
แค่ผู้เดียวเจ้าค่ะ!”
คราวนี้ฟูจืออี๋หน้าแตงลามไปถึงลําคอเลยทีเดียว เขาปั้นหน้าเคร่ง
บริมก่อนจะลุกขึ้นยืนพรวดพราดทิ้งท้ายไว้ว่า
“หน้าไม่อาย!”
จากนั้น