ถ้อยคําเหล่านั้นช่างฟังดูคลุมเครือราวกับมีหมอกปกคลุมขุนเขา ลู่เจินเจินฟังแล้วไม่ใคร่จะเข้าใจนัก แต่ลึกๆ กลับสัมผัสได้รางๆ เรื่องราวใน จวนโหวนี้ช่างซับซ้อนซ่อนเงื่อนพิกล
ช่างเถอะ ช่างเถอะ… นางเป็นเพียง “ทาสบริษัท ธรรมดา ๆ จะไปมี กลเม็ดเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงใดไปต่อกรกับเหล่าสตรีในเรือนหลัง ที่ยึดถือการชิง
ดีชิงเด่นเป็นอาชีพหลักตลอดชีวิตได้เล่า? รอให้นางฝึกปรือวิทยายุทธ์อีกสัก
หลายปีก่อนเถอะ ตอนนี้อย่าเพิ่งหาเรื่องใส่ตัวดีกว่า
นางจึงได้แต่เบิกตากลมโตใสแจ๋ว จ้องมองหลานชื่อด้วยสีหน้าด้วยสี
หน้ามึนงง
หลานชื่อชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระบายยิ้มพลางถอนหายใจออกมา
เป็นนางเองที่คิดมากไป
สะใภ้สี่ผู้นี้มีพื้นเพมาจากตระกูลเล็กๆ ทั้งยังเป็นเพียงบุตรสาวอนุที่ ถูกผลักไสออกมาเพื่อรับเคราะห์แทนพี่ชายร่วมบิดา คาดว่ายามอยู่บ้านเดิม คงมิได้เป็นที่โปรดปรานนัก คงไม่มีผู้ใดอบรมสั่งสอน เรื่องการบริหารบ้าน
เรือน หรือสอนให้รู้จักพูดจาอ้อมค้อมมีนัยรักษา าใจผู้ได
เอาเถิด…นางยังเด็กนัก จะไปบังคับฝืนใจคงไม่ได้
ขอเพียงพวกเขาสามีภรรยารักใคร่ปรองดองกันก็พอแล้ว เรื่องอื่น นอกจากนี้ยังมีนางอยู่ทั้งคน! ตราบใดที่นางยังมีลมหายใจ ย่อมสามารถปก ป้องคุ้มครองเด็กทั้งสองคนนี้ได้แน่นอน
หลานชื่อเกลี้ยกล่อมตัวเองสําเร็จ จึงได้ส่งยิ้มอ่อนโยนให้
“เรื่องพวกนี้เจ้ายังไม่ต้องรีบร้อนทําความเข้าใจหรอก หากเจ้าอยาก
เรียนรู้ วันหน้าแม่จะค่อย ๆ