จะยอมปล่อยให้ลู่เจินเจินได้หน้ารับความดีความ ชอบไปเพียงฝ่ายเดียว พวกนางจึงพากันเข้าไปรุมล้อมประจบสอพลอ เพียง
ครู่เดียวก็กล่อมจนฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
คลื่นลมที่เพิ่งจะโหมกระหน่ําเมื่อครู่พลันสลายไปในพริบตา ส่วนในใจ
ของแต่ละคนจะคิดอ่านประการใดนั้น ก็สุดที่จะหยั่งรู้ได้
กว่าความวุ่นวายในการคารวะเช้านี้จะสิ้นสุดลง เวลาก็ล่วงเลยไปจน จวนจะถึงมื้อเที่ยง ฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มอ่อนเพลีย ทุกคนจึงได้ขอตัวลากลับออก
มา
พอก้าวพ้นธรณีประตูเรือนรุ่ยเซวียน สะใภ้ทั้งหกคนก็แบ่งออกเป็น
สามสาย ต่างคนต่างเดินตามแม่สามีของตนกลับเรือนยองตน
ณ เรือนใหญ่
ฮูหยินใหญ่จินซื่อข่มโทสะไว้อย่างสุดความสามารถตลอดทางระหว่าง
พาตัวหู อกลับเรือน
หลังจากตวัดมือไล่บ่าวไพร่ออกไปจนหมด นางก็เปิดฉากดุด่าหูชื่อ
เสียงดังลั่น
“เจ้าเป็นถึงหลานสะใภ้คนโต ความฉลาดเฉลียวที่มีอยู่เดิมหายไปไหน หมด? วันนี้ถึงได้กล้าทําเรื่องงามหน้า มีต่างจากคนเขลาต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่า เยี่ยงนี้ กระทั่งสะใภ้สี่ที่เพิ่งตบแต่งเข้ามายิ่งสู้ไม่ได้ เจ้ามีศักดิ์เป็นถึงหลาน สะใภ้ใหญ่ของจวนโหว เป็น ว่าที่นายหญิงใหญ่” ในภายภาคหน้า ไฉนถึง ได้ ‘ใจคอคับแคบมองการณ์ใกล้” เพียงนี้? แค่ผ้าไม่กี่พับ เครื่องประดับไม่กี่ ชิ้น มันจะวิเศษวิโสมาจากไหน? จําเป็นต้องคิดเล็กคิดน้อยให้เสียเกียรติ ขนาดนั้นเชียวหรือ?”
“นี่เจ้าหน้ามืดตามัว จนแยกแยะหนักเบาไม่ถูกแล้วหรือไร? ของ