ต่เอาอกเอาใจนาง จนหลงลืมไปว่ายังมีพวกเจ้าอยู่ด้วย”
“ของปลอบใจมิจําเป็นต้องให้พวกเจ้าลําบากออกทุนหรอก ข้าจะเป็น คนจัดการเอง เมื่อวันก่อนเพิ่งได้ปิ่นปักผมงานฝีมือช่างหลวงมาหีบหนึ่ง รูป แบบวิจิตรบรรจง เหมาะกับพวกเจ้าพอดิบพอดี”
ลิ้นค้ากล่าว ทุกคนในห้องถึงกับนั่งไม่เป็นสุข เริ่มจากจีนชื่อที่รีบลุก ขึ้นยืนเพื่อยอยมาเป็นคนแรก ตามมาด้วยคนอื่นๆ ที่รีบกุลีกุจอทําตาม “ท่านแม่กล่าวเช่นนี้… จะให้พวกสะใภ้เอาหน้าไปไว้ที่ใดเจ้าคะ?” ฮูหยินผู้เฒ่ามิสนใจท่าทีเหล่านั้น นางหันไปสั่งสาวใช้เงินเสียงเรียบ
“ไปหยิบหีบที่จวนสู่อ๋องส่งมาเมื่อวันก่อนออกมา แล้วแบ่งให้หลานสะใภ้ทุก
คนเท่าๆ กัน”
เจินจูรับคําสั่งแล้วเดินเข้าไปด้านใน คนอื่นๆ ในห้อง ต่างพากันเงียบ
กริบจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ
ลู่เจินเจินแอบชําเลืองมองสีหน้าฮูหยินผู้เฒ่า ดูภายนอกยังคงเป็น หญิงชราที่ดูใจดีใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มละไม… ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับทําให้
รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังอย่างบอกไม่ถูก
ไม่นานเจินจูก็ประคองหีบใบหนึ่งออกมา เมื่อเปิดออกด้านในบรรจุ ปิ่นปักผมรูปดอกไม้ประจําฤดูกาลสิบสองชิ้น ฝีมือประณีตวิจิตรบรรจงยิ่ง นัก กลีบดอกและเกสรล้วนดูสมจริงราวกับมีชีวิต เจินจูประคองหีบไปหยุด
อยู่เบื้องหน้าหูชื่อ เพื่อให้เกียรติเลือกเป็นคนแรก
หูชื่อไหนเลยจะกล้าขยับมือ นางได้แต่ปฏิเสธพัลวันอ้างว่าตนเป็นพี่ สะใภ้ใหญ่ สมควรให้เหล่าน้องสะใภ้เลือกก่อน ทางด้าน