น้ากรงรมเครื่องหอม เอ่ยด้วยน้ําเสียงไม่เป็นธรรมชาตินัก
“เจ้าเข้านอนก่อนเถอะ ข้ารอผมแห้งก่อนแล้วค่อยนอน
เงินเงินทําตามอย่างว่าง่าย นาฬิกาชีวิตของเจ้าของร่างเดิมถูก ฝึกมาหลายปี เวลานี้ก็น่าจะเกือบๆ สามทุ่ม นางจึงง่วงจนตาแทบจะปิด
อยู่รอมร่อ
อีกอย่าง นางกับฟูจือ ต่อให้นอนเตียงเดียวกัน ก็แค่นอนจําศีล
ไม่ได้มีกิจกรรมเข้าจังหวะก่อนนอนเสียเมื่อไหร่
ใครนอนก่อนนอนหลังไม่เห็นจะสําคัญตรงไหน
นางพยักหน้า เก็บตั๋วเงินให้เรียบร้อย พลางหาวหวอดใหญ่ ทิ้ง
ท้ายแบบขอไปทีว่า
“เช่นนั้นท่านก็รีบพักผ่อนนะเจ้าคะ”
จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียง หัวถึงหมอนไม่ทันไรก็หลับเป็นตาย
ช่างเป็นสตรีไม่ทุกข์ไม่ร้อนจริงๆ
ฟู่จื่ออี้นั่งนิ่งอยู่ข้างกรงรมเครื่องหอม ภายใต้แสงตะเกียงสลัว ใบหน้าของเขาซ่อนอยู่ในเงามืดสลับสว่างจนยากจะคาดเดาความรู้สึก ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังเงินเงินอย่างเหม่อลอยคล้ายครุ่นคิดสิ่งใด
อยู
จนกระทั่งเส้นผมแห้งสนิทเขาจึงลุกขึ้น เห็นเงินเป็นที่นอน
กางแขนกางขาเป็นรูปตัวต้า (A)” ยึดครองพื้นที่เตียงใหญ่ไปจนหมด
เขาถอนหายใจนวดหว่างคิ้วอย่างจนปัญญา ก่อนจะหยิบผ้าห่มอีก
ยืนเดินไปนอนที่ ‘ตั่งยาว” ฝั่งตรงข้ามแทน
ลู่เจินเจินที่ดําดิ่งสู่ห้วงนิทราไปนานแล้วย่อมไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น
ด้วยอานิสงส์จากเงินห้าร้อยตําลึงก่อนนอน คืนนั้นนางจึงนอนหลับฝันดี
เป็นพิเศษ!
นางหลับสนิทตลอดคืนจนฟ้าสาง ไม่ต้องรอให้สาวใช้มาปลุก นาฬิกาชีวิตก็ทําหน