ช้และบ่าวอาวุโสขบวนใหญ่ มุ่งหน้าไปยังเรือน
หลัก ‘รุยเซวียน เพื่อทําพิธีคารวะยามเช้า
พอไปถึงเรือนรุยเซวียน ฮูหยินผู้เฒ่ายังล้างหน้าหวีผมอยู่ข้างใน
มีเหล่าสตรีและเด็ก ๆ จากเรือนอื่น นั่งจิบชารอกันอยู่ที่ห้องโถงด้าน
นอกจนครบครัน
นางหันไปมองนาฬิกาตั้งพื้นเรือนใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง โถง เพิ่งจะเลย “ยามเหล่าสี่เค่อ [3] มาหมาดๆ หรือก็คือยังไม่ถึงหกโมง
สิบนาทีด้วยซ้ําา
แค่มาคารวะเช้าต้องแข่งขันกันขนาดนี้เลยเหรอ?
หรือว่านางจําเวลาผิด? นางหันขวับไปมองไม่ถึงทันที
ไห่ถึงมองกลับด้วยสีหน้ามึนงงเช่นกัน ปกติแล้วเวลาคารวะเช้า
ของฮูหยินผู้เฒ่าคือไม่เกิน “ยามเป็นหนึ่งเค่อ [4]
วันนี้เป็นวันแรกหลังพิธียกน้ําชาของสะใภ้สี่ นางยังกําชับเจ้านาย
ให้รีบมาเร็วกว่าปกติแล้วแท้ๆ
แต่ไฉนเพิ่งจะต้นยามเหมา 5 คนถึงมากันครบหมดแล้วเล่า?
ดูจากสีหน้าไม่ถึง เงินเงินก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้มาสาย ในเมื่อไม่ได้มาสาย เงินเงินก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องรู้สึกผิดความ มั่นใจจึงกลับมาเต็มเปี่ยม ยืดอกวางท่าผ่าเผยอย่างสง่างาม
อีกอย่าง…. ฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่ออกมาด้วยซ้ํา นางเริ่มต้นด้วยการทําความเคารพฮูหยินทั้งสามท่าน จากนั้นจึง
ทักทายพี่สะใภ้อย่างหูชื่อและคนอื่นๆ ตามลําดับอย่างไม่ขาดตกบก
พร่อง แล้วจึงเดินไปยืนสงบเสงี่ยมเจียมตนอยู่ด้านหลังฮูหยินสาม หลานชื่อ” อย่างรู้กาลเทศะ หลานชื่อลอบสังเกตลูกสะใภ้ เห็นสีหน้าเปล่งปลั่งสดใส ใบหน้า
เจือ