ต้าหม่านแม้จะไม่ค่อยเข้าใจเจตนา แต่ในเมื่อเจ้านายสั่ง ย่อมมี
เหตุผลของเขา
จึงรีบรับค่าแล้วแยกตัวไปจัดการ
กล่าวถึงทางด้านเรือนทิงเกา
หูมามาผู้ซึ่งในวันนี้ต้องสูญสิ้นเกียรติยศที่สั่งสมมาค่อนชีวิต
ย่อมรู้สึกคับแค้นใจเป็นธรรมดา
ต่อหน้าลู่เจินเจิน นางยังพอข่มกลั้นอารมณ์ไว้ได้ แต่พอก้าวพ้น ประตูเรือนออกมา นางก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไป “ถ่มน้ําลาย” ลงพื้น อย่างดูแคลน
“ถุย! ก็แค่ลูกอนุขุนนางขั้นห้ากระจอกๆ! ชาติตระกูลต่ําต้อย เพียงนี้ หากวัดกันตามจริง ยังเทียบไม่ได้กับสาวใช้ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่า หรือฮูหยินใหญ่ด้วยซ้ํา!”
“เพียงวาสนาดีได้แต่งกับท่านของเราเข้าหน่อย ก็หลงคิดว่าตน
เป็นสะใภ้สี่ผู้สูงส่งจริงๆ แล้วงั้นรึ? กล้าเหยียบจมูกปืนขึ้นหน้า [1] มา ข่มเหงขา ถุย!… จะดีจะชั่ว ข้าก็ปรนนิบัติดูแลท่านมา หลายปี แม้ แต่ฮูหยินสามยังต้องไว้หน้าข้าหลายส่วน
“นางเพิ่งจะเหยียบย่างเข้าจวนมามิทันไร กลับวางอํานาจบาตร ใหญ่ หากก้าวพ้นประตูจวนนี้ออกไป ฐานะอย่างนางจะมีใครชายตาและ เพิ่งแต่งเข้าบ้านก็อ่านกําราบคนเก่าคนแก่ หากมิตอบโต้ให้รู้สํานึก วัน ข้างหน้าพวกเราที่ ภักดีต่อท่านที่มานาน มีถูกนางถีบหัวส่งจนไร้ที่ซุกหัว นอนหรอกหรือ!”
“อย่าให้ข้าสบโอกาสก็แล้วกัน…. ข้าจะทําให้รู้ซึ้งเลยว่า ใน เรือนทิ้งเทาแห่งนี้ ใครกันแน่ที่เป็นคนคุม” เหล่าบ่าวไพร่ที่หัวไวพอได้ ยินวาจาสามหาวเหล่านี้ ต่างก็หวาดเกรงว่าจะโดนหางเลขไปด้วย จึ