บทที่ 3 พระโพธิสัตว์ที่ไหนกัน นี่มันพญายมราชชัดๆ!
โม่ลี่และรุ่นเซิงรีบถลันเข้าไปฉุดรั้งนางไว้ ส่วนบ่าวอาวุโสและสาวใช้คนอื่นก็รีบไปยืนขวางประตู
เสียงร้องไห้สลับเสียงตะโกนโหวกเหวก ภายในห้องพลันวุ่นวายโกลาหลไปหมด
ลู่เจินเจินเค้นหัวเราะออกมาคำหนึ่ง“จะร้องหาอะไรกันนักหนา? วันนี้เป็นวันมงคลของข้ากับท่านสี่ โชคลาภวาสนามิถูกพวกเจ้าคร่ำครวญจนหนีหายไปหมดแล้วหรือ?”
“เจ้าจะไปฟ้องฮูหยินผู้เฒ่ารึ? ดี! คิดว่าข้าไม่มีปากมีเสียงหรืออย่างไร? ประเดี๋ยวข้าไปยกน้ำชาคารวะ ข้าจะได้เรียนท่านย่าเช่นกันว่า แม่นางไห่ถังช่างเก่งกาจนัก ฮูหยินผู้เฒ่าส่งมาปรนนิบัติข้า แต่กลับวางก้ามใหญ่โต อ้างบารมีนายเก่า คิดจะมาก้าวก่าย บงการเรือนทิงเทาแห่งนี้เสียเอง!”
“ข้าใคร่จะถามฮูหยินผู้เฒ่าดูสักคำ ว่าแม่นางไห่ถังผู้นี้ ตกลงเป็นเพียงสาวใช้ที่ส่งมาให้ข้าเรียกใช้สอย หรือว่าเป็น ‘อนุภรรยาสูงศักดิ์’ ที่ท่านมอบให้ท่านสี่เพื่อมาช่วยข้าดูแลเรือนทิงเทากันแน่!”
สิ้นประโยคนี้ เสียงร้องไห้ปานฟ้าถล่มของไห่ถังก็พลันเงียบกริบลงทันที! ใบหน้าที่ถูกตบจนแดงก่ำ พลันซีดเผือดลงในพริบตา แข้งขาอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ
โม่ลี่และรุ่นเซิงที่ประคองอยู่ข้างๆ ถึงกับหน้าถอดสี จ้องมองลู่เจินเจินด้วยความหวาดผวา ต้องรู้ไว้ว่า… แม้เจ้านายจวนโหวหนิงผิงจะใจกว้าง แต่กฎระเบียบเรื่องสาวใช้ ‘ปีนเตียง’ หรือพวก ‘ใฝ่สูงอยากเป็นหงส์’ นั้นเข้มงวดเป็น