ที่สุด ต่อให้เป็นคนโปรดเพียงใด หากมีข้อครหาเรื่องพรรค์นี้ อย่างเบาก็ถูกจับแต่งออกไปให้คนงานชั้นต่ำ อย่างหนักก็ถูกขายทิ้งให้พ้นจวน!
หากสะใภ้สี่นำความไปฟ้องฮูหยินผู้เฒ่าจริงๆ อย่าว่าแต่ไห่ถังเลย แม้แต่พวกนางสองคนก็เกรงว่าจะพลอยติดร่างแหไปด้วย ฟ้าดินเป็นพยาน! พวกนางสามคนไม่เคยกล้าคิดจะเป็นอนุของท่านสี่เลยจริงๆ!
เดิมทีพวกนางเพียงแค่ต้องการ ‘ข่มขวัญ’ นายหญิงคนใหม่ ด้วยนึกดูแคลนว่านางเป็นเพียงบุตรสาวอนุภรรยาจากตระกูลขุนนางขั้นห้าตัวเล็กๆ จะไปคู่ควรกับยอดบุรุษเหนือคนอย่างท่านสี่ได้อย่างไร? ใจหนึ่งก็รู้สึกคับแค้นใจแทนท่านสี่ อีกใจก็ทึกทักไปเองว่า สตรีจากตระกูลต่ำต้อยเช่นนี้ย่อมไร้ความสามารถ ขืนปล่อยให้จัดการงานบ้านงานเรือน เกรงว่าเรือนทิงเทาแห่งนี้จะกลายเป็นที่ขบขันของฝูงชน มิสู้ให้พวกนางสามคนช่วยกันบริหารจัดการเสียเอง เพื่อรักษาหน้าท่านสี่ ส่วนสะใภ้สี่ผู้นี้… ก็แค่ยกไว้บนหิ้งบูชาประดุจพระโพธิสัตว์สักองค์ก็พอ
ทว่าใครจะคาดคิด… นี่ไหนเลยจะเป็นพระโพธิสัตว์ผู้เมตตา นี่มัน‘พญายมราช’เดินดินชัดๆ!
สาวใช้ทั้งสามทั้งเสียใจและหวาดกลัว ต่างหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สุดท้ายรุ่นเซิงผู้มีปัญญาเฉียบแหลมที่สุดในกลุ่มก็ตั้งสติได้ก่อนใคร นางรีบทิ้งตัวลงคุกเข่าดัง ‘ตึง’ เบื้องหน้าลู่เจินเจิน เป็นคนแรก
“สะใภ้สี่เจ้าคะ! เป็นพวกบ่าวที่หน้ามืดตามัว มีตาหาไม่แวว! อาศัยว่าฮูหยินเพิ่งแต่งเข้าจวนมา เกรงใจผู้อื่นจึงบังอา