นหมัดพร้อมกล่าว “ข้าแต่ฝ่าพระบาท กระหม่อมคิดว่าพระองค์ควรส่งกองกำลังไปเสริมทัพที่มณฑลเทียนชู่ก่อนพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทไม่ควรละทิ้งมณฑลเทียนชู่อันยิ่งใหญ่เพียงเพื่อช่วยองค์หญิงซี”
“หยุดพูด!” ฉินอินกล่าวเสียงดัง “ข้าจะไม่ทำให้เสี่ยวซีต้องผิดหวังเด็ดขาด หากท่านไม่ต้องการส่งกองทหารไปกับข้า ข้าก็จะไปด้วยตนเอง!”
“ฝ่าบาท…” ซูมู่หยุนพึมพำ “กระหม่อมจะไปกับพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”
“อื้ม!”
…
ณ วันที่ยี่สิบหกกุมภาพันธ์ปีเจ็ดพันเจ็ดร้อยสามสิบหกตามปฏิทินจักรวรรดิ เมื่อกองทหารหนึ่งหมื่นนายของฉินอินเดินทางผ่านเมืองเจี้ยงเก๋อ ทหารผ่านศึกซูมู่หยุนก็ล้มป่วยอย่างหนัก สายลมในคืนนั้นพัดโหมกระหน่ำทำให้อากาศหนาวขึ้นเป็นเท่าตัว
แสงเทียนในกระโจมวูบไหวแผ่วเบา
ความชอกช้ำฉายบนใบหน้าชราของซูมู่หยุนภายใต้แสงเทียนริบหรี่ ฉินอินนั่งน้ำตาไหลขณะจับมือของเขาแน่น
“น่าเสียดายนัก…ที่ซูอวี่ไม่ได้อยู่ที่นี่…”
ซูมู่หยุนไออย่างรุนแรงขณะกล่าว “ข้าเหมือนจะ…เห็นภาพเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ข้าเห็น…ซูฉิน ซูอวี่ เสี่ยวอินและซูอวิ๋นแม่ของเจ้า ข้าเห็นพวกเขา…ขะ…ข้าเห็นองค์จักรพรรดิฉินจิ้นเสด็จมาหาตระกูลซูของเรา ข้าเห็น…ภาพวันที่เจ้าเกิด…”
“ท่านตา…ท่านตา