่อก็รู้ดีเช่นกัน”
“ไม่จริงหรอก ในโลกนี้ไม่มีขุนนางคนใดซื่อสัตย์…” ซูมู่หยุนยิ้มออกมาอย่างเศร้าใจ “ข้าเกลียด…เกลียดที่ฉินจิ้นสังหารซูฉินบุตรชายคนเดียวของข้า… เสี่ยวอิน จะ…เจ้ายกโทษให้ตาได้หรือไม่? ”
“ได้เพคะ…” ฉินอินกล่าวตอบขณะน้ำตาไหลริน
“อืม หลัวซินมาหาข้าหน่อย”
หลัวซินก้าวไปข้างเตียงและคุกเข่าลงพลางจ้องมองชายชราด้วยดวงตาแดงก่ำ “ท่านพ่อ…”
“หลัวซิน บุตรของข้า…” ซูมู่หยุนกล่าวคำเบาราวกับกระซิบ “เจ้าสาบานต่อหน้าข้าได้หรือไม่ว่าจะจงรักภักดีกับตระกูลฉินและจักรวรรดิไปชั่วชีวิตของเจ้า…”
“ขอรับ หลัวซินผู้นี้สาบานว่าจะจงรักภักดีต่อตระกูลฉินและจักรวรรดิแห่งนี้ไปชั่วชีวิต!”
“อืม…”
รอยยิ้มโล่งใจผุดขึ้นบนใบหน้าของซูมู่หยุนก่อนที่เขาจะนิ่งไป
ซูมู่หยุนสิ้นชีพด้วยอาการป่วยเสียแล้ว!
ขณะนี้สองขุนนางผู้มีอำนาจแห่งจักรวรรดิฉินสิ้นลมหายใจไปแล้ว ถังหลานฆ่าตัวตายในขณะที่ซูมูหยุ่นเสียชีวิตด้วยอาการป่วยจากความหนาวเหน็บในค่ำคืนเดือนกุมภาพันธ์ ยุคที่ราชาทั้งสองปกครองจักรวรรดิฉินร่วมกันเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว!
…
ณ วันที่ยี่สิบเจ็ดกุมภาพันธ์ปีเจ็ดพันเจ็ดร้อยสามสิบหก ฉินอินรวมกองกำลังกับเซี่ยงอวี้และนำทหารทั้งหกหมื่นนายไปถึง