องจากท่านเป็นพี่ชายของมู่มู่” ถังเสี่ยวซีหยิบป้ายเหล็กตระกูลถังจากถุงมิติบริเวณเอวของนางก่อนโยนให้เฟิงจี้สิง
“หือ? ป้ายเหล็กตระกูลถังหรือพ่ะย่ะค่ะ?” เฟิงจี้สิงผงะไปครู่หนึ่ง
“ใช่” ถังเสี่ยวซีกล่าว “หากมีป้ายเหล็กตระกูลถังถึงสองป้าย ถังลู่คงไม่กล้าคัดค้านคำสั่งแน่”
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะองค์หญิงซี!”
“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณหรอก ข้ามีบางสิ่งที่ต้องวานให้ผู้บัญชาการเฟิงช่วย”
“องค์หญิงตรัสมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
ถังเสี่ยวซีเหลือบมองใบไม้ที่พัดปลิวตามสายลมก่อนกล่าว “ถังลู่เป็นทายาทคนสุดท้ายของตระกูลถังและเป็นความหวังเดียวของท่านปู่ โปรดท่านผู้บัญชาการเฟิงไว้ชีวิตเขาด้วย ตกลงหรือไม่?”
“กระหม่อมจะพยายามให้ถึงที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”
“พยายามเข้าล่ะ…”
ถังเสี่ยวซีลอบถอนหายใจแผ่วเบา “ทำให้ดีที่สุดเถิด”
นางรู้ดีว่าถังลู่ตั้งใจต่อต้านพระราชกฤษฎีกา เพียงเท่านี้เขาก็สมควรตายไม่น้อยกว่าร้อยครั้งแล้ว อีกทั้งเฟิงจี้สิงยังปฏิบัติหน้าที่อย่างเด็ดขาดเสมอมา หากถังลู่ไม่ยินยอม เฟิงจี้สิงคงไม่ลังเลที่จะสังหารเขา
“องค์หญิงซีจะเสด็จไปที่ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?” เฟิงจี้สิงเอ่ยถาม
“ไปพบท่านปู่ที่เมืองไป๋หลิง” ถังเสี่ยวซีกล่าวอย่างสิ้นหวัง
“เมืองไป๋หลิงหรือพ่ะย่ะค่ะ?” เฟิงจี้ส