าะน้ำแข็งเหล่านี้เปรียบเสมือนเลือดเนื้อของนายท่านของข้า ท่านคงไม่อยากพรากพวกมันไปจากเขากระมัง หึ…ท่านก็รู้ว่าเขาขี้งกเสียยิ่งกว่าใคร เห็นด้วยหรือไม่?”
“ฮ่าๆ ถูกของท่าน…สิ่งที่ท่านรองผู้บัญชาการเว่ยกล่าวช่าง…”
…
ดวงจันทร์ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืนขณะที่เมืองไป๋หลิงตกอยู่ในความเงียบสงัดเช่นทุกวัน เนื่องจากการบังคับใช้กฎอัยการศึก ผู้คนจึงไม่สามารถออกบ้านได้หลังจากเที่ยงคืน ทว่าคืนนี้ค่อนข้างแตกต่างออกไป เหลยหม่านฟางออกลาดตระเวนบริเวณกำแพงเมืองเป็นปกติ ดาวสีทองสองดวงบนบ่าของเขาส่องประกายระยิบระยับยามต้องแสงจันทร์
“ฟึ่บ ฟึ่บ...”
นกส่งสารบินลงมาจากฟากฟ้าและเกาะบนไหล่ของเหลยหม่านฟาง เขารีบกางกระดาษพลางมองออกไปไกล เมืองไป๋หลิงเป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยภูเขา ขณะนี้เขาเห็นเปลวไฟจากคบเพลิงที่ส่องสว่างเลือนรางบนภูเขาเบื้องหน้า อีกทั้งยังได้ยินเสียงเกือกม้าดังแว่วจากระยะไกล
“นายท่าน พวกเขามาถึงแล้วหรือขอรับ?” ผู้บัญชาการกองพันด้านข้างเอ่ยถามอย่างนอบน้อม
“อืม”
เหลยหม่านฟางกล่าวคำเบา “ใครเป็นผู้รักษาการณ์ประตูทิศเหนือในคืนนี้?”
“โจวเฉา ผู้บัญชาการกองพันแห่งกองทัพชางฉงขอรับ”
“เอาล่ะ ตามข้ามา ไปชวนโจวเฉา