นจมหายลงสู่ห้วงน้ำลึก ไร้ซึ่งการสะท้อนกลับ ราวกับในกระจกนั้นบรรจุโลกแห่งปาฏิหาริย์อันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
‘สมบัติแท้จริงที่สอดคล้องกับ[วารีใต้ลำธาร]!’
ลวี่หยางพลันเข้าใจในบัดดล “นี่มิใช่เพียงสมบัติแท้ธรรมดา แต่ชั้นระดับยังสูงส่งอย่างยิ่ง! แม้แต่หอยสังข์ธรรมบัญชาสมุทรที่จ้าวมังกรเฒ่าเคยมอบให้ ข้ายังเห็นว่าเทียบไม่ได้”
“สมบัตินี้มีนามว่ากระจกส่องสัจธรรมแห่งเทพสวรรค์”
จงกวงเอ่ยเสียงต่ำ “สมบัตินี้ลึกล้ำยิ่งนัก สามารถสะท้อนเงาผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเข้าไปในกระจก สิ่งที่ถูกสะท้อน ไม่ว่าจะเป็นระดับบ่มเพาะ พลังรบ หรือสมบัติวิญญาณ ล้วนเหมือนกับร่างจริงทุกประการ”
“หากอยากจะเข้าไปยังตำหนักบรรทมของเจินจวิน ต้องผ่านบททดสอบเบื้องหน้ากระจกนี้เสียก่อน”
เอ่ยถึงตรงนี้ จงกวงก็มีสีหน้าอับจนปัญญาเล็กน้อย “พวกเราที่อยู่ในขั้นวางรากฐาน ทุกครั้งที่ก้าวผ่านกระจกนี้ ล้วนต้องต่อสู้กับเงาของเจินจวินที่อยู่ในกระจกเสียก่อน”
“เงาเจินจวินในกระจก ก็คือเงาที่เจินจวินทิ้งไว้แต่กาลก่อน”
“ระหว่างการประลอง พลังบ่มเพาะของนางจะถูกปรับให้เทียบเท่ากับผู้เข้าสู้ หากทนยืนหยัดได้ครบหนึ่งก้านธูป ก็จะมีสิทธิ์ได้เข้าเฝ้าเจินจวิน”
ลวี่หยางฟังแล้วก็ยกมือลูบคางเบา ๆ
‘แรกเริ่มยังเป็นเพียงความสงสัย แต่ตอนนี้ข้ากลับมั่นใจเสียแล้ว… ประตูที่นำไปสู่ประวัติศาสตร์ที่วุ่นวายนั้น ต้องอยู่ในตำหนักบรรทมของชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวินแน่!’
เหตุผลนั้