่างก็เป็นตำแหน่งมรรคผลธาตุไฟ แต่หากจะว่าตะเกียงดับแสงแปรเป็นไม้มหาไพรนั้น ช่างเป็นเรื่องเพ้อฝันสุดขอบฟ้า ไม่ว่าคิดเช่นไรก็ดูไม่สมเหตุผลนัก ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้อั้งเซียวนั้น รับรู้ถึงการมีอยู่ของประวัติศาสตร์ที่วุ่นวายโดยแท้จริง
นั่นย่อมหมายความว่า เขาอย่างน้อยก็เคยสัมผัสผู้คนหรือเหตุการณ์จากที่นั่นมาแล้ว
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็อดมิได้ที่จะทอดถอนใจในฐานะเจินจวินเก่าแก่ของนิกายศักดิ์สิทธิ์อั้งเซียวเปรียบเหมือนขุมทรัพย์ เคยเกี่ยวข้องกับความลับมากมายเกินนับ
พร้อมกันนั้นเอง ลวี่หยางก็เริ่มคลายปมในใจต่อสิ่งที่เรียกว่า“ประวัติศาสตร์ที่วุ่นวาย”
ไม่จำเป็นต้องตีความให้ซับซ้อน ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเพียงผลลัพธ์ที่แยกตัวออกจากโลกปัจจุบันเท่านั้น
หากจะว่าตรงไปตรงมา ที่แท้ “ประวัติศาสตร์ที่วุ่นวาย” ก็มิได้ต่างอะไรกับแดนลับหลอมวิชาเพียงแต่แดนลับนั้น เป็นแดนลับที่บรรพจารย์สร้างขึ้นด้วยตนเองเท่านั้น
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็พลันได้แนวทางแก้ปัญหาเผ่าพันธุ์โจวอวี๋ขึ้นมาในใจ พร้อมทั้งเข้าใจความหมายที่อวี๋โจวแฝงไว้ทั้งคำพูดและสายตา
เขากำลังบอกข้า โจวอวี๋ซึ่งก้าวออกมาได้ ก็ย่อมสามารถย้อนกลับไปได้เช่นกัน!
นอกจากนี้ ในเมื่อแก่นแท้ของประวัติศาสตร์ที่วุ่นวายแทบไม่ต่างจากแดนลับหลอมวิชาเช่นนั้นแล้ว แดนลับหลอมวิชาเองก็น่าจะมีผลลัพธ์ไม่ต่างกัน
ด้วยเหตุนี้ ลวี่หยางจึงมีวิธีอยู่สองทางที่จะจัดการกับปัญหาโจวอ