ลวี่หยางในกาลก่อนก็ใช่ว่าไม่เคยพบพานทายาทแห่งโจวอวี๋ เพียงแต่เมื่อครั้งนั้นระดับพลังยังต่ำต้อย เพิ่งจะวางรากฐานความรู้ความสามารถก็ยังห่างไกลนัก
ด้วยเหตุนี้ในตอนนั้นจึงมิได้มองเห็นความอัศจรรย์เลยแม้แต่น้อย
แต่บัดนี้กลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ลวี่หยางเพียงเบิกตาขึ้น แววตาสีทองระยับสาดออก ดวงตาส่องทะลุไปข้างหน้า ภายใต้การส่องสว่าง อวี๋โจวเบื้องหน้ากลับราวกับเป็นเพียงเงาใต้แสงตะวัน!
“ซื๊ด”
แทบจะพร้อมกันนั้นเอง อวี๋โจวก็สูดลมหายใจพรืดหนึ่ง รู้สึกว่าดวงตาของ “ยอดฝีมือ” ตรงหน้ามีความน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด คล้ายจะทิ่มแทงทะลุร่างของเขา
“มิทราบว่ายอดฝีมือ…ยอดฝีมือเซียนมาจากที่ใด”
อวี๋โจวกัดริมฝีปาก เหงื่อพรั่งพรูดั่งสายฝน ได้แต่ทอดสายตาวิงวอนต่อจงกวง ทว่าเห็นเขานิ่งเฉยไร้การขยับ จึงจำต้องเบือนสายตากลับไปยังลวี่หยางอีกครั้ง
สิ้นเสียง ลวี่หยางก็เก็บแววประหลาดในดวงตา กลับยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ข้าน้อยตูฮ่วน ที่ราชสำนักเต๋ามีฐานะเล็กๆน้อยๆ”
“ที่แท้เป็นราชสำนักเต๋าหรือ?”
คำนี้เอ่ยออกมา อวี๋โจวถึงกับชะงักงัน ครู่ต่อมาความเย็นก็แล่นจากฝ่าเท้าพุ่งขึ้นสู่กระหม่อม ความหวาดหวั่นยิ่งกว่าตอนถูกลวี่หยางจ้องเมื่อครู่เสียอีก
เหตุผลนั้นง่ายดายยิ่งนัก:‘จบสิ้นแล้ว!’
ตูฮ่วน…ก็คือเจ้ามังกรอสูรตนนั้น! มังกรอสูรที่พิสูจน์เพลิงบนสวรรค์เขาต้องรู้ถึงความอัศจรรย์ของตระกูลข้า จะมาถอนรากถอนโคนแล้ว!’
ในฐานะผู้นำตระกูลทายาทแห่ง