งยังไม่ถึงขั้นทำให้พระผู้เป็นเจ้าเกิดอาการตอบโต้รุนแรง
“ลุกขึ้นเถิด”
ลวี่หยางยกมือขึ้นเล็กน้อย กล่าวยิ้มว่า“วางใจเถอะ ข้ามิได้มาเพื่อฆ่าพวกเจ้า… ที่สำคัญฆ่าเจ้าแล้วก็ใช่ว่าจะคลี่คลายปัญหาได้ กลับจะนำความยุ่งยากนับไม่ถ้วนมาแทน”
“ขอบคุณท่านผู้ยิ่งใหญ่ในพระคุณที่เมตตาไว้ชีวิต!”
อวี๋โจวก้มศีรษะกระแทกพื้นอีกครั้งด้วยความจริงใจยิ่ง เสียงดังตุบ ๆ ต่อเนื่อง จนร่างกายวางรากฐานของตนกระแทกช้ำเขียวแดงไปทั่ว
ลวี่หยางหาได้ใส่ใจ เพียงเห็นจงกวงเปิดโถงหนึ่งขึ้นมา ให้ทั้งสองเข้าไปสนทนาโดยตนถอยหลีกออกไป ลวี่หยางจึงค่อย ๆ เอื้อนเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วว่า
“ข้าคิดจะแสวงหา[เพลิงบนสวรรค์]ปัญหาอยู่ที่สายธารนี้ของพวกท่าน”
“สหายมีวิธีใดหรือไม่?”
ลวี่หยางเปิดปากตรงไปตรงมา ทำให้อวี๋โจวขนลุกชูชันไปทั่วศีรษะอีกครั้ง
แต่ยังนับว่าโชคดี ตั้งแต่ได้ยินข่าวว่าจักรพรรดิแห่งราชสำนักเต๋าผู้มีนามว่าฮ่วนหมิงบำเพ็ญด้วยเพลิงบนสวรรค์นับแต่นั้นสิบปีมา อวี๋โจวก็พลิกกายกลิ้งกลับไปกลับมา ครุ่นคิดใคร่ครวญอย่างหนักมาช้านาน กระทั่งมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว
ชั่วพริบตาต่อมา เพียงเห็นชายชราเอ่ยถอนหายใจหนึ่งคำ“กราบทูลท่านผู้ยิ่งใหญ่ ในกาลก่อนจักรพรรดิแห่งตระกูลเราก็เคยเพียรพิจารณาเพลิงบนสวรรค์อีกทั้งยังเคยได้รับสืบทอดสายหนึ่ง ใช้พลังทั้งราชสกุล บ่มเพาะผลักดันและปรับแก้มาไม่รู้กี่ครา”
“ด้วยเหตุนี้เอง จึงได้เกิดเป็นตำราที่ท่านจงกวงนำมาถวายแด่ท่าน คือ