ารณ์ส่วนใหญ่ล้วนเห็นตรงกันว่า“อะไรคือจักรพรรดิฮ่วนหมิงแห่งราชสำนักเต๋า ที่แท้แล้ว มังกรตนนี้แน่นอนคือสายลับของนิกายศักดิ์สิทธิ์!”
แน่นอน คำพูดลักษณะนี้ย่อมมีเหล่าขุนนางผู้ภักดีแห่งกรมพระนครบาลคอยจัดการให้เรียบร้อย เพราะท่านลวี่นั้นมีใจอ่อนไหวนัก มิอาจทนฟังถ้อยคำสกปรกจากผู้ด่าทอได้
สำหรับคลื่นลมมหึมาที่กฎหมายใหม่ก่อขึ้นนั้น ลวี่หยางหาได้ใส่ใจไม่
ท้ายที่สุด เวลานี้คือสามฝ่ายราชสำนักเต๋านิกายศักดิ์สิทธิ์ และแดนโพ้นทะเล ที่ร่วมแรงกัน เมื่อกระแสใหญ่พัดกรรโชก จะมีผู้ใดต้านทานได้เล่า? หากจะกล่าวว่ามีจริง ก็คงมีเพียงนิกายกระบี่แห่งเจียงหนานเท่านั้น
ทว่าปัญหาก็คือ หากยึดตามกฎหมายใหม่ของลวี่หยาง ปุถุชนย่อมได้รับการคุ้มครองจากบัญญัติแห่งมรรคาแคว้นเซียนท้ายที่สุด ปุถุชนหาได้มีทรัพย์สิ่งใดให้รีดไถ จึงถูกกฎหมายใหม่กดขี่น้อยที่สุด ส่วนผู้ถูกขูดรีดมากที่สุดกลับเป็นเหล่าผู้บำเพ็ญ อีกทั้งยิ่งมีขั้นพลังสูง การกดขี่ก็ยิ่งหนัก ทั้งความรู้ความสามารถ วัตถุวิเศษ และคัมภีร์วิชาล้วนถูกครอบคลุม
แม้จะมีผู้คนบางส่วนลุกขึ้นต่อต้าน ทว่าล้วนถูกลวี่หยางกดปราบจนราบคาบ
“พูดเล่น! มองไปทั่วทั้งใต้หล้า ยังมีผู้ใดที่จะเมตตาต่อผู้บำเพ็ญเพียรเหล่านี้มากกว่าข้าอีกรึ? หากมิได้มีพระคุณที่ไม่สังหารของข้า ไหนเลยจะมีผู้บำเพ็ญเพียรมากมายถึงเพียงนี้?”
ดังนั้นผลลัพธ์ย่อมไม่ต้องกล่าวให้มากความ
เจินเหรินปราบมารฝืนความเห็นของเหล่าผู้